hate โพสต์ 2018-5-19 00:17:52

เริ่มด้วยใคร่ ลงท้ายด้วย..? 4

IV



         “เมื่อกี้วิวว่ายังไงนะ?”

         “วิวเข้าข้างหมอนั่นมากกว่าเจร์เหรอเนี้ย”

         “ทำไมวิวถึงได้ไปเข้าพวกกับหมอนั่นล่ะ”

         “เกิดอะไรขึ้นกัน?”


         เสียงซุบซิบนินทาในระยะเผาขนไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเราเลือนหายไป เจเจอร์ไม่ได้ปล่อยมือจากข้อมือเรียวของโตยธาร ตัวเราเองก็เหมือนกัน เรากับเขามองสบตากันนิ่งโดยมีโตยธารคั่นอยู่ตรงกลาง

         ดูไปดูมาก็คล้ายว่าเรากับเจเจอร์กำลังแย่งผู้ชายคนเดียวกันเหมือนกันนะ

         ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ...ก็คงจะน่าสนุกดีพิลึก


         “ว่ายังไงล่ะ? ถ้าเจเจอร์ไม่ตกลงก็....ปล่อยซะ”

         ไม่รู้ตัวหรอกว่าน้ำเสียงกับแววตาของเราในตอนนี้มันดูท้าทายขนาดไหน ไม่ได้อยากเอาชนะแต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีนิดหน่อยที่เห็นทุกคนทำสีหน้าราวกับเห็นผีแบบนั้น

         ไม่เว้นแม้กระทั่งเจเจอร์เองก็ตาม

         .

         .


         คงนานสำหรับคนที่รอคำตอบจากร่างสูงอย่างใจจดใจจ่อทั้งที่จริงมันเพิ่งผ่านไปได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นที่ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ในที่สุดเจเจอร์ก็ยกมุมปากเหยียดรอยยิ้มออกมา มันไม่ได้ดูน่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้ดูดีอย่างตอนปกตินัก เรารู้ว่าเจเจอร์กำลังไม่พอใจ.....ไม่สิ

         เขากำลังโมโหแบบสุดๆไปเลยล่ะ

         ดวงตาคมกริบสีนิลมองสบตาเราแน่นิ่ง ไม่สื่อความรู้สึกใดๆให้อ่าน นิ่งสงบเหมือนยามก่อนพายุลงไม่มีผิด มือหนาคลายออกจากข้อมือเรียวของโตยธารก่อนที่จะปล่อยให้หลุดออกจากมือในที่สุด

         “ก็ได้ ถ้าวิวจะพูดถึงขนาดนั้นล่ะก็....”เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ตาคมยังคงไม่ละสายตาจากเราไปไหน ....


         “อดัมส์ ...ออกไปเรียกแท็กซี่ให้หน่อย”

         .

         .


         “พีกาย ....ช่วยไปส่งเมียเก่ากูถึงแท็กซี่ที อ้อ....ไม่สิ......พวกมึงช่วยไปส่งมันถึงหอของมันเลยดีกว่า ส่วนวิว................คืนนี้ก็ค้างกับผมที่นี่ล่ะ

         หวังว่าวิวคงจะเข้าใจนะครับว่ามันไม่ใช่ประโยคขอร้องหรือประโยคขอความคิดเห็น”


         อืม....ก็ไม่ได้ผิดไปจากที่คาดเอาไว้ซักเท่าไหร่


         คำพูดกึ่งจะขู่กันแบบนั้นคงใช้ได้ผลกับใครหลายคน ทำไมถึงได้คิดตื้นๆว่ามันจะใช้ได้ผลกับเราไปด้วยก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ที่เราทำนอกจากจะไม่ใช่การก้มหัวให้เขาแล้วคงเรียกได้ว่าเป็นการ‘หักหน้า’กันซึ่งๆหน้าเลยก็คงจะไม่ผิดนัก


         แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะตัวเขาเองล่ะนะที่ทำให้ช่วงเวลาแบบนี้มาถึงเร็วกว่าที่คิด

         เราประสานกำกระชับฝ่ามือเรียวของคนร่างบางข้างกายแน่น “เพ..ราตา?”

         “ชู่ววว~”เราหันไปยกมืออีกข้างแตะนิ้วชี้ลงบนกลีบปากบางของอีกคน สะดุดไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยช้ำตรงมุมปากโตยธาร.... ก่อนที่เราจะหันกลับไปมองเจเจอร์ที่ยืนกำหมัดแน่นหากแต่เรากลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่กลัวเกรงว่าเขาอาจจะพุ่งเข้ามาเสยหมัดนั่นใส่เราได้ทุกเมื่อ

         เพราะรู้ดีว่าเจเจอร์ไม่กล้าพอที่จะทำอะไรแบบนั้นต่อหน้าคนเป็นสิบ

         ...หากอยู่กับตามลำพังก็คงจะไม่แน่ เพียงแต่เขาคงไม่ต่อยเราแต่ทำอย่างอื่นที่มันได้ผลกำไรและให้ความสะใจมากว่าเท่านั้นเอง


         แต่ว่านะ...............


         “There is no tomorrow for us.. J.”


         .

         .


         ถามว่าเราเสียดายไหม? ก็นิดหน่อย อย่างที่บอกว่าไม่เคยมีรุกคนไหนทำให้เราพึงพอใจได้มากเท่ากับที่เจเจอร์ทำ การจะจบความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราอยู่แล้ว แต่ความยุ่งยากมันจะอยู่ตรงที่เราตัดแล้ว....... เขาจะยอมตัดให้เราหรือเปล่าก็เท่านั้น

         และคนอย่างเจเจอร์ต่อให้ไม่ต้องสนิทกันขนาดเล่นหัวได้ก็คงจะดูออก

         ดวงตาคมที่จ้องมองเราจนลับสายตามันไม่มีคำว่ายอมจบอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย

         แต่เราไม่แคร์หรอก ไม่เมื่อเราเลือกที่จะจบกับเขาแล้วเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์อะไรเกี่ยวกับตัวเราอีกทั้งนั้น

         .

         .


         “เจ็บปากเหรอ?”เราถามพร้อมยื่นนิ้วโป้งไปแตะเบาๆลงบนมุมปากบางที่ขึ้นสีช้ำน้อยๆ แต่เขากลับเบี่ยงหน้าหนี
โตยธารขยับทิ้งห่างจากเราไปนั่งชิดกับประตูรถอีกด้าน ดวงหน้าขาวเมินเราอย่างสิ้นเชิง ไม่เข้าใจว่าถนนที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้ามันน่ามองกว่าเราตรงไหน?

         “ผมไม่เป็นอะไร อยากอยู่เงียบๆช่วยหยุดพูดสักที”

         ยังไม่ทันที่เราจะได้เอ่ยปากถามอย่างที่ใจคิดเขากลับสวนออกมาเสียก่อน ชะงักไปเล็กน้อย เราถอนหายใจพอมานั่งคิดๆดูแล้วก็ให้นึกไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่าทำไมเจเจอร์ถึงได้ดูตั้งแง่กับโตยธารขนาดนี้

         ทั้งๆที่เคยคบกันมาก่อนแท้ๆ น่าจะมีความรู้สึกดีๆให้กันอยู่บ้างไม่มากก็น้อยสิ แต่นี่...เรากลับสัมผัสไม่ได้ถึงความรู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด อย่าว่าแต่เจเจอร์ .....ตัวโตยธารเองก็เหมือนกัน

         หรือว่าสองคนนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ?


         .

         .


         มันก็เป็นเรื่องของพวกเขา จะว่าไปแล้วเราเองก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วยเสียหน่อย คิดได้อย่างนั้นเราจึงเอนหลังพิงกับเบาะรถแล้วหลับตาลงพักสมอง รู้สึกเหนื่อยนิดๆ.... ความจริงก็ไม่ได้นิดสักเท่าไหร่ ทั้งเหนื่อยแล้วก็เพลียจนแทบไม่อยากจะขยับตัวเอาเสียเลย

         คงไม่แปลกอะไรในเมื่อวันนี้เราออกแรงไปเยอะพอดู ไม่เพียงจากร่างกายที่หักโหมใช้งานรีดน้ำออกตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันรวมเมื่อช่วงหัวค่ำ ยังทั้งจากการปะทะทางอารมณ์กันแบบตรงๆกับเจเจอร์อีก

         เหนื่อยจนแทบไม่อยากจะกระดิกตัว อยากจะนอนมันตรงซะเลยด้วยซ้ำ

         แต่สัมผัสนุ่มอุ่นที่มือขวากลับทำให้เราต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หันมองคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็เห็นร่างบางยังคงนั่งเหม่อมองไปนอกกระจกรถเหมือนในตอนแรก แต่พอเลื่อนสายตาลงมองด้านล่าง สิ่งที่เราเห็นคือมือของเราถูกกุมทับด้วยมือของอีกคน
เขาคงรู้ว่าเราเริ่มรู้ตัวแล้ว...... ไออุ่นที่วางทาบอยู่ก็ค่อยๆขยับยกออก


         เหลือเพียงสัมผัสจากปลายนิ้วก้อยที่ยังแตะชนกันอยู่เท่านั้น

         ไม่ได้สำคัญอะไรมากมายซึ่งบางทีเขาอาจจะแค่เผลอขยับมือมาวางลงบนเบาะที่เผอิญว่ามือของเราวางอยู่ก่อนแล้วพอดี แต่อดยิ้มออกมาน้อยๆไม่ได้จริงๆ

         ถ้าเป็นความตั้งใจมันก็คงจะเป็นการกระทำที่ดูน่ารักมากในความรู้สึกของเราล่ะนะ


         .

         .


         ที่อยู่ของโตยธารคือหอพักนักศึกษาตั้งอยู่ในซอยที่มีตึกหอพักอยู่หลายตึกแบ่งแยกออกเป็นสีต่างๆคละๆกันไป แลดูคล้ายกับขนมที่มีชื่อเรียกว่า‘สลิ่ม’ก็ไม่ปาน ซอยหอนี้ห่างจากมหาลัยเกือบๆหนึ่งกิโลเห็นจะได้ หลังจากลงจากแท็กซี่เราก็เดินตามร่างโปร่งบางเข้าไปในหอพักด้วย โตยธารขมวดคิ้วคล้ายจะทั้งงุนงงว่าเราจะตามมาทำไมทั้งไม่ค่อยพอใจเมื่อคงคิดได้ว่าทำไมเราถึงตามเขาลงมา แต่ก็ไม่ได้พูดขัดอะไรจนเดินมาถึงห้องของเขาที่อยู่บนชั้น 3 เกือบติดบันไดหนีไฟด้านในสุด


         “รกกว่าที่คิด”เราพูดออกมาเบาๆไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาได้ยิน แต่เหมือนเจ้าตัวจะหูดีกว่าที่คาด

         ใบหน้าขาวเนียนขึ้นริ้วแดงหน่อยๆตรงพวงแก้ม เขารีบตรงไปเก็บซากถุงขนมกับซองมาม่ารสต้มโคล้งที่วางอยู่เกลื่อนโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็กยัดลงถุงสีดำแล้วเดินเอาไปวางไว้ตรงระเบียงนอกห้อง กลับเข้ามาอีกครั้งเพื่อพับโต๊ะญี่ปุ่นลายพิกเร็ตเก็บเข้ามุมหนึ่งของห้อง จนตัวห้องดูโล่งสะอาดตาขึ้นมาทันที

         คงจะรู้สึกประหม่ากับคำวิจารณ์ของเราล่ะมั้ง


         “ฮะๆ เราไม่ได้ถือหรอกนะ”เราหัวเราะเบาๆ ก็พยายามที่จะกลั้นเสียงให้เบาที่สุดแล้ว ไม่อยากทำให้เขารู้สึกแย่เดี๋ยวถูกไล่ออกจากห้องขึ้นมาคนที่จะแย่จะกลายเป็นตัวเราเอง

         ยังไม่อยากกลับบ้าน

         อยากอยู่กับโตยธารอีกสักพัก


         ความจริงก็เพราะเหนื่อยจนไม่อยากนั่งรถต่ออีกมากกว่า.... ทางที่ดีคืนนี้ขอนอนค้างด้วยเลยคงดี

         เราเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงขนาด 5 ฟุตที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง จะว่าไปแล้วห้องๆนี้ก็ไม่ได้กว้างขวางมากนักเมื่อเทียบกับห้องนอนที่บ้านของเรา แต่สภาพโดยรวมแล้วก็ดูน่าอยู่ดี คงจะเพราะเจ้าของห้องเข้าใจจัดห้องด้วยล่ะมั้ง

         เตียงที่มีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กไปนักตั้งอยู่ตรงกลางห้องพอดี รอบเตียงมีพื้นที่พอให้นั่งทำกิจกรรมต่างๆได้ไม่ลำบากนัก มุมหนึ่งมีตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดหย่อมตั้งอยู่ ส่วนอีกมุมหนึ่งก็เป็นชั้นวางหนังสือกับเอกสารประกอบการเรียนวางซ่อนทับอยู่บนคอมพิวเตอร์พกพาข้างกันมีต้นไม้ใบเขียวในกระถางเล็กๆเพ้นลายหมีพูห์วางตั้งอยู่

         เหมือนจะเป็นระเบียบแต่ก็ดูรกนิดหน่อย ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับผู้ชายที่อยู่ตัวคนเดียว

         ......ถึงจะเป็นเกย์ก็คงไม่มีกรณียกเว้นอะไร?


         “นี่ ท่าทางแบบนั้นไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องหรือยังไงกัน”

         “เราอยากนอนที่นี่”

         “ใครอนุญาต?”

         “เราเหนื่อย ง่วง เพลีย ไม่อยากลุกเดินไปไหนแล้ว”

         “นายนี่มัน....”


         เสียงบ่นของเขาเงียบหายไปแล้ว ก็ไม่รู้หรอกว่าเขามีสีหน้าแบบไหนรู้สึกยังไงหรือกำลังทำอะไร รู้แค่ว่าสติเราใกล้หลุดเต็มที เตียงนี่นุ่มหลังกว่าที่คิด แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าของติดอยู่ด้วย ยิ่งทำให้เราเคลิ้มเพราะความสบายจนเกือบจะหลับเข้าไปใหญ่


         “นี่!”

         ถ้าไม่มีเรียกฉุดดึงที่ข้อมือรั้งสติเราให้กลับเข้าร่างอีกครั้งเอาซะก่อนน่ะนะ

         “ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของนายนะ ถ้าอยากนอนนักก็กลับบ้านไปซะสิ!”

         “มีใครเคยบอกไหมว่าน้ำน่ะขี้โวยวายสุดๆไปเลย”

         ปากบางเม้มฉับ เป็นปฏิกิริยาตอบรับที่เราชักจะเริ่มชิน แต่ที่ไม่ชินเห็นทีจะเป็นเรี่ยวแรงมหาศาลที่ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออะไรกันแน่ของเขาเนี้ยล่ะ

         ร่างของเราถูกฉุดดึงให้ลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม ยืนเซอยู่ข้างเตียงอย่างงงๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีแรงหรือตั้งหลักไม่ทัน.... เราจงใจกระตุกมือบางที่ใช้ฉุดตัวเราขึ้นจนร่างของเขาเสียหลักล้มลงบนเตียงพร้อมกับเราที่ทิ้งตัวลงนอนเกยตัวอีกคนเอาไว้ มือสองข้างโอบกอดรอบเอวบางเพื่อยึดไม่ให้ดิ้นลุกหนี

         “นะ...นาย........”

         “ชู่วว อย่าเสียงดังสิ เราจะนอนแล้ว”

         เราแนบแก้มซีกขวาลงบนอกของอีกคน ฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติของอีกฝ่ายพร้อมกับเสียงของเข็มจากนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง.....


         .

         .


         “ถ้าอยากนอนนักก็ลุกไปอาบน้ำซะ .....ผมไม่อยากนอนข้างคนตัวเหม็นนักหรอกนะ”

         ผู้ชายคนนี้แข็งนอกแต่อ่อนข้างในจริงๆนั่นแหละ

         .

         .

         สุดท้ายพออาบน้ำแต่งตัวโดยยืมชุดนอนของคนเป็นเจ้าของห้องมาใส่ก่อนเสร็จ คนที่บอกว่าง่วงอย่างนั้นเพลียอย่างนี้อย่างเราเอาเข้าจริงๆก็นอนไม่หลับอยู่ดี

         คงจะเพราะแปลกที่แปลกทางส่วนหนึ่ง ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็คงจะเพราะคนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำนั่นล่ะมั้ง.....

         โตยธารอยู่ในชุดที่คล้ายกันกับเรา อืม...มันเหมือนกันเลยล่ะ เพียงแต่ว่าเสื้อยืดคอกลมสีเทาอ่อนที่โตยธารใส่มันพอดีกับตัวของเขา อาจจะเกินพอดีไปสักนิดแต่ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรหรอก กางเกงขาสั้นก็พอดีเหมือนกัน.... เลยขาอ่อนมานิดหน่อยเท่านั้น

         ส่วนเรา.....ดูเหมือนว่าเสื้อที่ใส่อยู่นี้จะยาวไปหน่อย พอมาอยู่บนตัวของเรามันเลยแทบจะคลุมเข่า เพราะแบบนั้นเราเลยไม่คิดจะใส่กางเกงขาสั้นข้างในอีก .....แน่นอนว่าชั้นในก็ไม่ได้ใส่ จะให้ใส่ซ้ำกันก็รู้สึกแปลกๆเพื่อตัดปัญหาเราเลยถอดโยนลงตะกร้าซักพร้อมเสื้อผ้าที่ใส่มาไป

         ก็รู้สึกโล่งนิดหน่อยล่ะนะแต่เพราะห้องนี้ใช้พัดลมแบบประหยัดไฟเบอร์ห้าเพราะแอร์เสียและยังไม่ได้รับการซ่อมแซมเพราะเจ้าของห้องไม่ใส่ใจ .....อืม นั่นหละ เจ้าของห้องไม่ใส่ใจ......... โตยธารบอกว่าเขานอนพัดลมก็สบายดีไม่มีปัญหาอะไรเลยไม่ได้เร่งให้เจ้าของหอหาช่างมาซ่อมแอร์ให้ อีกอย่างก็เป็นการประหยัดค่าไฟไปในตัว


         อยู่แบบมัธยัสถ์ดี....

         ....

         ..

         ดูๆไปแล้วการใช้ชีวิตต่างกับเราโดยสิ้นเชิง

         ก็แปลกดีที่เรามาสนใจคนที่ต่างกับเรามากขนาดนี้ เห็นทีคงมีเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

         ก็เรากับเขาเป็น‘ฝ่ายรับ’ด้วยกันทั้งคู่นี่นะ...............


         “มองอะไรครับ?”

         ทำหน้ากวนๆแบบนั้นก็เป็นด้วยเหมือนกันสินะ

         “ยิ้มหาอะไรกันเล่า...”

         แต่หน้าแดงๆแบบนั้นดูน่ารักกว่าเยอะเลย

         “เพราตา!”

         “วิวต่างหาก บอกแล้วไงว่าให้เรียกเราแบบนั้น”

         “แต่ผมไม่อยาก...อ๊ะ”

         เราลุกยืนเข่าบนเตียงโน้มต้นคออีกคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงหนึ่งนิ้วก้อยกั้นเท่านั้น “แค่เรียกเราว่าวิวไม่เห็นยากตรงไหน เรายังเรียกน้ำว่าน้ำได้เลย”

         “มะ มันไม่เหมือนกันซะหน่อย”

         “ยังไง?”

         “ก ....ใกล้ไปแล้วมั้ง เพรา..อื้ออ”


         แตะปากจูบเบาๆไม่ได้บดคลึงอย่างที่ผ่านๆมา เพราะรอยช้ำตรงมุมปากของเขา ..เราไม่อยากทำให้เขาเจ็บซ้ำๆกับรอยแผลเดิมๆ จูบของเราครั้งนี้จึงเป็นเพียงการสัมผัสริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลเท่านั้น

         เราผละออกมองสบกับดวงตากลมคู่สวยที่ไหวระริกของเขาก่อนจะแย้มริมฝีปากส่งยิ้มจนตาปิดให้


         “กับน้ำน่ะเราชอบนะ เพราะเป็นคนที่ชอบเลยอยากให้เรียกชื่อเล่นของเรามากกว่า”

         “...”

         “ไม่ได้เหรอ?”เราเอียงคอถามเสียงหวานอ้อน

         ก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะเขาที่เผลอตัวหรือเพราะเราที่อยากจะแนบกายชิดกับอีกคนกันแน่ ตอนนี้เราถึงได้นอนเอนหลังราบไปกับเตียงโดยมีเขาคร่อมทับอยู่บนตัวของเราอีกที

         “ก็... ไม่ใช่ว่าไม่ได้ ......”

         โตยธารหน้าแดงก่ำ ปากบางเม้มสนิทดวงตาคู่กลมเสมองไปทางอื่น... แต่เราก็ยังทันได้เห็นแววไหววูบที่เต็มไปด้วยความสบสนและดูจะหวั่นไหวของเขาอยู่ดี


         น่ารัก

         น่ารัก


         สงสัยเราคงจะเป็นโรคแพ้คนน่ารักเข้าให้แล้วล่ะมั้ง

         เราเผยอปากงับปลายจมูกรั้นหน่อยๆของเขาเบาๆ หยอกเอินด้วยปลายลิ้นจนทำให้เขาต้องหันกลับมามองเราอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยคำถามแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้เอ่ยมันออกมา

         ไม่เป็นไร

         เราเป็นฝ่ายถามเองก็ได้


         “ไม่ใช่แค่คู่นอนหรือคนที่ต้องทำให้พอใจมากกว่าแฟนเก่า แต่เป็นอะไรที่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้น”

         “ล..ลึกซึ้ง?”

         “ใช่ ลึกซึ้งกว่าตอนที่เราคบกับเจเจอร์หรือใครทั้งหมด”

         “นายหมายถึง..?”

         โตยธารเบิกตากว้างมองเราอย่างอึ้งๆในขณะที่เรายิ้มแล้วพยักหน้าตอบรับน้อยๆ

         “อื้อ....คบกัน โตยธารเป็นแฟนของเพราตา ส่วนเพราตาก็จะเป็นแฟนของโตยธาร..ว่ายังไง?”

         “...”


         “จะลองกับเราไหม?”

audiwoods โพสต์ 2018-5-19 05:53:57

รุกได้ที
ติดใจเลย

topto โพสต์ 2018-5-19 08:23:39

ต่อๆชอบมากขอบคุณจากใจที่แบ่งปัน

Gooddy โพสต์ 2018-5-19 09:25:12

ขอบคุนครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: เริ่มด้วยใคร่ ลงท้ายด้วย..? 4