NOOFONG โพสต์ 2025-3-7 10:10:09

ช่วยผมด้วย..ผมโดนมาเฟียรุมข่มขืน!? Chapter 5

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2025-3-7 15:15

Chapter 5ความเจ็บที่ไม่มีเสียงโซล, เกาหลีใต้ | 02:45 AMโซลยามค่ำคืนยังคงคึกคัก แม้จะเป็นเวลาตีสองกว่า แต่แสงไฟจากตึกสูง รถยนต์ที่แล่นผ่าน และป้ายโฆษณานีออนยังคงส่องสว่างสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างในห้องพักหรูย่านกังนัม
ฮันแจนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าต่าง ดวงตาเหม่อมองออกไปยังภาพเมืองที่ดูจะมีชีวิตชีวา ต่างจากเขาที่นั่งนิ่งไร้ความรู้สึก บนโต๊ะตรงหน้า มีกล่องยาแก้ปวดและขวดยาอีกหลายชนิดที่ถูกใช้ไปเกือบหมด ข้างกันเป็นแก้วน้ำที่ยังเหลือน้ำแข็งละลายจนแทบจืดจาง
ร่างกายของเขาเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากบาดแผลและรอยช้ำที่ได้รับในช่วงที่ผ่านมา แม้ผิวหนังที่เขียวช้ำจะเริ่มจางลง แต่ความรู้สึกตึงหน่วงและปวดลึก ๆ ยังอยู่ ราวกับเป็นร่องรอยที่คอยตอกย้ำว่าเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง
น่าแปลกที่ช่วงนี้เขาได้รับเวลาให้พักมากกว่าปกติ คิมบอมไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของเขาบ่อยเหมือนเคย เพราะอีกฝ่ายกำลังยุ่งอยู่กับการขยายอำนาจ ควบรวมธุรกิจ และกำจัดศัตรู ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิมบอมทำตอนนี้มีแต่เรื่องของการขยับขยายอำนาจของตระกูลไปทั่วทุกมุมของเกาหลีรวมถึงในโซนเอเชีย-ยุโรป ไม่มีเวลามาสนใจ ‘ของเล่น’ ชิ้นหนึ่งที่เขาเก็บไว้
ฮันแจควรจะรู้สึกดีที่อีกฝ่ายละสายตาไปชั่วคราว ควรจะรู้สึกขอบคุณที่เขาไม่ต้องถูกบดขยี้อย่างรุนแรงเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา แต่แทนที่จะรู้สึกโล่งอก กลับมีบางอย่างตอกย้ำอยู่ในใจลึก ๆ
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีค่าพอให้เป็นอะไรไปมากกว่านั้น คิมบอมไม่ได้มองเขาในฐานะ "ใครสักคน" แต่เป็นแค่ร่างกายที่ถูกครอบครอง ถูกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ และถูกทิ้งเมื่อพอใจ ฮันแจไม่เคยหลอกตัวเอง เขารู้ดีว่าเขาเป็นเพียงแค่ ‘เครื่องมือระบายอารมณ์’ สำหรับคิมบอม แค่สิ่งที่มีค่าแค่ในยามที่อีกฝ่ายต้องการ
แม้จะพยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่บางครั้ง เวลาที่คิมบอมแสดงความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดสั้น ๆ หรือการกระทำที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ฮันแจก็อดที่จะเก็บมาใส่ใจไม่ได้ หัวใจของเขาโง่เกินไป ร่างกายของเขาจดจำสัมผัสของคิมบอมได้ดีเกินไป
ทุกครั้งที่อีกฝ่ายแตะต้องเขาอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะโหดร้ายหรือหยาบคายแค่ไหน ฮันแจก็เผลอมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสมอ มันเป็นความรู้สึกบ้า ๆ ที่เขาพยายามกดมันให้จมลึกไปในส่วนที่มืดที่สุดของจิตใจ
“ฮึก…” เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น ฮันแจรีบปาดมันออกอย่างลวก ๆ แม้แต่ตอนอยู่คนเดียว เขายังพยายามฝืนเข้มแข็ง แต่ในวินาทีนั้น ทุกอย่างกลับสั่นคลอน พร้อมพังทลายลงในพริบตา
ฮันแจถูกพามาที่ตระกูลคิมตั้งแต่ยังเด็ก มือเล็ก ๆ ในวันนั้นเกาะกระชับแขนเสื้อของแม่ที่พาเขามาส่งอย่างเร่งรีบ ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกที เขาก็ถูกผลักเข้าสู่ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลคิม ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางกลุ่มเด็กคนใช้ที่สวมเสื้อผ้าขาด ๆ ไร้ชื่อไร้อัตลักษณ์ ไม่มีใครสนว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน มีเพียงเสียงสั่งให้ทำตาม และคำเตือนว่าหากทำผิดพลาดจะถูกลงโทษ
เขาเรียนรู้วิธีอยู่รอดตั้งแต่ยังเล็ก อาหารดี ๆ ไม่ใช่ของที่คนระดับเขาควรได้รับ ห้องที่ซุกหัวนอนเล็กแคบ อับชื้น และเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับของเสื้อผ้าเก่าที่ถูกพับซ้อนกันจนขึ้นรา เขาไม่มีของเล่น ไม่มีหนังสือนิทาน ไม่มีความอบอุ่น มีเพียงคำสั่ง งานบ้าน และเสียงหวดของไม้เรียวที่ลงโทษเด็กที่เผลอทำบางอย่างผิดพลาด
วันแล้ววันเล่าผ่านไป ชีวิตของเขาจมอยู่ในวังวนของความว่างเปล่า ไม่มีความหวัง ไม่มีความฝัน ไม่มีอะไรให้ตั้งตารอ มีเพียงแค่การทำตามคำสั่ง ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานซ้ำเดิมทุกวัน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งรอบตัวเป็นเพียงภาพขาวดำ ไร้ซึ่งสีสันและความอบอุ่น แม้แต่สายลมที่พัดผ่านยังให้ความรู้สึกเย็นเยียบและเดียวดาย
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
‘คุณชายน้อย’ ปรากฏตัวขึ้น
‘คิมบอม’ เด็กชายตัวเล็กในวัยห้าขวบ ใบหน้ากลม ดวงตาใสซื่อราวกับกระจกที่สะท้อนโลกอันบริสุทธิ์ แตกต่างจากทุกอย่างในชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง ฮันแจยืนอยู่ห่าง ๆ เฝ้ามองอีกฝ่ายจากเงามืดของคฤหาสน์ ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปใกล้ เพราะเขารู้ดีว่าโลกของตนเองกับโลกของคุณชายแตกต่างกันเกินไป ราวกับดินโคลนที่ไม่มีวันปนเปื้อนผืนฟ้า
เด็กคนนั้นเกิดมาเพื่อเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เป็นผู้ที่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และการปกป้องจากคนรอบข้าง ผิดกับเขาที่เป็นเพียงเงา…เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คุณชายน้อยมองเห็นเขาแล้วเริ่มก้าวเข้ามา ฝีเท้าเล็ก ๆ ที่เหยียบลงบนพื้นหญ้านุ่มส่งเสียงเบา ๆ ทว่าก้องกังวานในใจ ฮันแจอยากถอยหลังหนี อยากหลบซ่อนตัวไปให้พ้น แต่ขากลับขยับไม่ได้ ทำได้เพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้เด็กชายเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ใบหน้าหวานยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา
รอยยิ้มนั้นเหมือนแสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบลงบนผืนดินเย็นเฉียบหลังค่ำคืนอันเหน็บหนาว มือเล็ก ๆ เอื้อมขึ้นมาแตะที่แก้มของเขา ลูบไล้แผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนทำให้ร่างกายที่เคยชินกับความแข็งกระด้างของโลกใบนี้รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
"เจ็บไหม?"
เสียงเล็ก ๆ เอ่ยถาม ดวงตาคู่นั้นมองเขาราวกับต้องการหาคำตอบที่แท้จริง ฮันแจไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไร ไม่เคยมีใครถามเขาแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครมองเขาด้วยสายตาแบบนี้เลยตั้งแต่เกิดมา คำถามง่าย ๆ กลับกรีดลึกลงไปในหัวใจ สัมผัสแผ่วเบานั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่าความเจ็บปวดใด ๆ ที่เขาเคยได้รับมา หัวใจที่เหี่ยวเฉาไร้ชีวิตมานานกลับสั่นไหวราวกับมีประกายไฟบางอย่างจุดขึ้นกลางอก
มันอบอุ่น มันอ่อนโยน และมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิต เขาไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ทำได้เพียงแค่มองเด็กชายตรงหน้าอย่างสับสน หัวใจเต้นระรัวอยู่ภายในราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งสัมผัสแสงแดดเป็นครั้งแรก หลังจากที่จมอยู่ในเงามืดมาเนิ่นนาน
นับแต่นั้นมา พวกเขาก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสนุกในสวน หรือบางครั้งเพียงแค่นั่งอิงแอบใต้ต้นไม้โดยไม่ต้องพูดอะไร คุณชายแอบนำขนมมาให้ บางครั้งก็เป็นผลไม้จากโต๊ะอาหาร หรือน้ำชาหวาน ๆ ที่เขาแอบแบ่งมา
มากกว่านั้น คุณชายยังแอบมอบของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ ทั้งผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ ตุ๊กตาไม้ตัวเล็ก หรือแม้แต่ปากกาด้ามสวยที่ได้รับเป็นของขวัญ ฮันแจเก็บรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นอย่างดี
เพราะสำหรับเขาแล้ว... สิ่งเหล่านั้นมีค่ามากกว่าสมบัติใด ๆ บนโลก
คุณชายดูแลเขาอย่างดีเสมอ เอาใจใส่ราวกับว่าเขาเป็นคนสำคัญ ไม่เคยมองว่าเขาเป็นเพียงคนใช้ ไม่เคยสั่งให้ก้มหน้าหรือถอยออกไปเหมือนที่คนอื่นทำ มันเป็นครั้งแรกที่ฮันแจได้รับการปฏิบัติแบบมนุษย์ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน แต่ความสุขเหล่านั้นกลับไม่ยืนยาวนัก
เมื่อเรื่องราวของพวกเขาถูกเปิดเผยไปถึงหูของผู้ใหญ่ในตระกูล ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นทันที ไม่มีทางที่ทายาทแห่งตระกูลคิมจะลดตัวลงไปคลุกคลีกับคนใช้ต่ำต้อยได้ ความสัมพันธ์นี้ถือเป็นเรื่องต้องห้าม และบทลงโทษก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
ฮันแจถูกจับตัวไว้ เสียงหวดของไม้เรียวดังก้องไปทั่วโถง เสียงฟาดกระทบเนื้อหนังแต่ละครั้งรุนแรงจนเขารู้สึกว่าหลังของตัวเองร้อนระอุไปหมด มากกว่าสิบครั้งที่ไม้เรียวฟาดลงมา เขาไม่ร้อง ไม่ขอให้หยุด ไม่แม้แต่จะดิ้นหนี เขารู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ น้ำตาไม่ได้ช่วยให้รอดพ้นจากความเจ็บปวด ตะโกนขอความเมตตาก็ไม่มีความหมาย ในขณะที่ร่างกายของเขาถูกลงโทษอย่างโหดร้าย ดวงตาของเขากลับมองหาเพียงสิ่งเดียว
คุณชายตัวเล็กยืนอยู่ตรงนั้น ห่างออกไปไม่ไกล นัยน์ตากลมโตสั่นระริก มือเล็กกำชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วซีด เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง อยากจะยกมือขึ้นปกป้องฮันแจ แต่ไม่มีใครให้นายเหนือหัวตัวน้อยทำเช่นนั้น
"พอเถอะ... ฮันแจเจ็บแล้ว" เสียงเล็กแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน แต่กลับกรีดลึกลงกลางใจ
สุดท้ายฮันแจก็ล้มลงกับพื้น รู้สึกเพียงความชื้นแฉะของเลือดที่ไหลอาบแผ่นหลังและความเจ็บปวดที่กัดกินไปทั้งร่าง สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือภาพคุณชายตัวน้อยที่ร้องไห้อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท
เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย รอบตัวเต็มไปด้วยอากาศเย็นเฉียบและกลิ่นดินชื้น มันเป็นสถานที่ที่ห่างไกลจากคฤหาสน์ตระกูลคิม มีภูเขาสูงตระหง่านเป็นฉากหลัง และแม่น้ำไหลผ่านอย่างเงียบสงบ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ เพราะสิ่งที่รออยู่ตรงหน้าคือ การฝึกฝนที่โหดร้าย
เขาถูกบังคับให้ต่อสู้ ถูกสั่งให้ลุกขึ้นแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล ถูกกระชากให้ลุกขึ้นยืนแม้กระดูกแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ถูกสอนให้ทนทานต่อความเจ็บปวดจนร่างกายเริ่มชาไปเอง ไม่มีใครสนว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะทุกคนรอบตัวต่างก็ถูกฝึกให้เป็นเครื่องมือเช่นเดียวกัน
อาหารมีเพียงข้าวเปล่ากับเศษเนื้อเล็ก ๆ น้ำมีแค่พอให้ไม่ตาย ทุกคืนเขาต้องหลับตาลงบนพื้นดินแข็ง ๆ ที่เย็นเฉียบ ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีหมอน มีเพียงร่างกายที่บอบช้ำและเสียงลมหายใจของเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ต่างก็อ่อนล้าไม่แพ้กัน
การฝึกไม่ได้มีเพียงแค่ศิลปะการต่อสู้ มันรวมไปถึงการใช้อาวุธ ตั้งแต่มีดสั้น ปืน จนถึงการใช้มือเปล่าเพื่อสังหาร การควบคุมสัญชาตญาณ และท้ายที่สุด... การพรากชีวิตของคนเป็นครั้งแรก
เขาจำได้ดี ในวันนั้นมือของเขาสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ มีดในมือเปื้อนเลือด หยดแล้วหยดเล่า ไหลซึมผ่านซอกนิ้วจนฝ่ามือเปียกชุ่ม ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าคือเหยื่อของเขา ดวงตาที่เคยมีชีวิตชีวากำลังเลือนรางไปช้า ๆ แววสับสนและหวาดกลัวของอีกฝ่ายสะท้อนชัดในดวงตาของเขา
เขาไม่อยากทำ ไม่อยากรู้สึก ไม่อยากจำ แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เลือก
และในช่วงเวลานั้นเองที่เขาได้พบกับ เจบี เป็นครั้งแรก
เด็กคนนั้นถูกนำตัวเข้ามาใหม่เหมือนกับเขาในวันแรก ทั้งสองถูกฝึกอยู่ในสถานที่เดียวกัน กินข้าวจากชามใบเดียวกัน นอนข้างกันในคืนที่อากาศหนาวเหน็บ ฝึกฝนจนบาดแผลเต็มตัวเหมือนกัน ฮันแจอายุมากกว่าเพียงเล็กน้อย แต่เขากลับรู้สึกว่าเจบีเป็นน้องชายที่เขาอยากปกป้อง อยากดึงเด็กคนนั้นออกจากขุมนรกนี้
แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเอง
ฮันแจกลับมาที่ตระกูลคิมอีกครั้งตอนอายุสิบแปด มาพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลที่ทิ้งร่องรอยของอดีตเอาไว้ คุณชายน้อยเติบโตขึ้นจนกลายเป็นชายหนุ่มที่สูงส่งและทรงอำนาจ นัยน์ตาของเขาไม่เหมือนเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่เคยซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้อีกแล้ว แต่เป็นดวงตาของผู้ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง
‘คิมบอม’ ในตอนนั้นแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง เขาเย็นชา ไร้ความปรานี และน่าหวาดกลัวกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ฮันแจได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น มองคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเด็กที่บริสุทธิ์เติบโตขึ้นมาเป็นปีศาจที่แม้แต่ศัตรูยังต้องหวาดกลัว
และหน้าที่ของเขาก็ถูกกำหนดชัดเจน ติดตาม ปกป้อง และทำตามคำสั่งของคิมบอม ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เจบีถูกฝึกให้เป็นสายลับ เป็นนักฆ่าที่ต้องทำงานอยู่ในเงามืด เคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย ดำดิ่งลงไปในโลกที่เต็มไปด้วยเงาสะท้อนของการหักหลังและความตาย ในขณะที่ฮันแจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอยู่เคียงข้างคิมบอม คอยแบกรับภาระทั้งหมดของตระกูล ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดศัตรู การควบคุมอำนาจ หรือแม้กระทั่ง... รับมือกับความต้องการของผู้นำ
“ตั้งแต่นี้ไป…” คิมบอมเอ่ยเสียงเย็นชา นัยน์ตาสีเข้มมองตรงมาที่ฮันแจ “นายเป็นของฉัน”
"อ๊ะ… อ๊าาา…" เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อร่างกายถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไร้ซึ่งความปรานีและไร้ซึ่งช่วงเวลาพักหายใจ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่แผดเผาไปทั่วร่าง
ผิวเนื้อเสียดสีกันในจังหวะหนักหน่วง เสียงลมหายใจร้อนจัดแทรกซึมเข้ามาพร้อมกับสัมผัสรุนแรงที่ทวีขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ามือแกร่งกดร่างของเขาแนบกับเตียง ไม่เปิดโอกาสให้ดิ้นหนี หรือแม้แต่จะขยับตัวหนีจากความเจ็บปวดที่กัดกินทุกส่วน
"อึก… พะ…พอแล้ว…!" เสียงแหบพร่าหลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นในดวงตา แต่คำขอของเขาไม่เคยได้รับความเมตตา มีเพียงเสียงหัวเราะต่ำที่ดังขึ้นข้างใบหู ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะกดจมลึกลงบนลำคอ ทิ้งรอยตราประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้บนผิวเนื้อ
"ยังไม่พอหรอก" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา แฝงไปด้วยแรงปรารถนาอันไร้ขอบเขต นิ้วเรียวสอดเข้าประสานกับข้อมือที่สั่นเทา กดแน่นกับผืนเตียง "ฉันยังต้องการอีก… และนายก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
ความอ่อนล้าถาโถมเข้ามา หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบหลุดออกจากอก ร่างกายถูกหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาอันไม่รู้จักพอ เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะ ลมหายใจติดขัด สติพร่าเลือน และในที่สุด…
ไม่รู้ว่าเขาผ่านคืนวันเหล่านั้นมาได้อย่างไร แต่ในทุกครั้ง…เขาเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ของเล่นที่ไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีเสียง ไม่มีค่ามากไปกว่าสิ่งที่ถูกใช้เพื่อสนองความต้องการของคนที่อยู่เหนือกว่า
กริ๊ก
เสียงปลดล็อกของประตูดังขึ้นข่มทับความเงียบ ฮันแจรีบปาดน้ำตาที่หลงเหลืออยู่บนแก้ม ดึงลมหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะรีบลุกขึ้น ย่อตัวโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“คุณชาย”
“ป่านนี้แล้วยังไม่นอน หรือกำลังรอฉัน?”
เสียงทุ้มต่ำของคิมบอมก้องกังวาน ดุดันและแฝงไปด้วยความเหนือกว่า เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ร่างสูงบดบังแสงไฟในห้องจนมืดครึ้มไปชั่วขณะ มือใหญ่ยกขึ้น แตะปลายนิ้วลงบนสันกรามของฮันแจ แรงกดที่แนบชิดแฝงไปด้วยการควบคุม ฮันแจไม่กล้าหันหนี ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เพราะเขารู้ว่า… หนีไปก็ไม่มีประโยชน์
“นายก็รู้ว่าฉันมาทำไม” เสียงเย็นเยียบกระซิบใกล้ ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวแก้ม
นิ้วเรียวที่ลูบไล้แปรเปลี่ยนเป็นแรงบีบ กดขยับจนใบหน้าของฮันแจถูกบังคับให้เงยขึ้น ดวงตาคมกริบจับจ้องแน่น ไม่มีทางให้หลบเลี่ยง ไม่มีที่ว่างให้ต่อต้าน
“อย่าทำให้ฉันต้องพูดซ้ำ นายรู้หน้าที่ของตัวเองดี”
ฮันแจกลืนน้ำลาย ความตึงเครียดกดทับลงบนอกจนหายใจติดขัด เขาไม่มีสิทธิ์ขัดขืน… ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ขาทั้งสองข้างย่อลงช้า ๆ คุกเข่าเบื้องหน้าคิมบอมอย่างเชื่องช้า มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะเอื้อมไปปลดเข็มขัดของอีกฝ่าย เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ในความเงียบที่อึดอัด ลมหายใจอุ่นรินรดเหนือแผ่นท้องแกร่ง คิมบอมมองลงมา ดวงตาฉายแววพึงพอใจ
“หึ…” เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นราวกับกำลังขบขัน “เชื่อฟังดีหนิ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
มือใหญ่ขยับ ลูบเส้นผมของฮันแจเบา ๆ คล้ายการให้รางวัล แต่แรงกดที่ตามมาบังคับให้ร่างตรงหน้าจมลึกลงไปกว่าเดิม
“อ๊อก…” ฮันแจสะอื้นเบา ๆ มือจิกลงบนเข่าของตัวเอง ขณะที่แรงกดจากมือหนาทำให้เขาหายใจติดขัด ดวงตาแดงก่ำ จมูกขึ้นสีจัด ร่างกายสั่นไหวจากแรงกระแทก เขาพยายามข่มอาการสำลักไว้ กล้ำกลืนทุกอย่างลงคออย่างอดทน
คิมบอมมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเหยียด มือใหญ่ที่กดศีรษะไว้แน่นขึ้นทุกที ดวงตาสีเข้มเป็นประกายเจือความพึงพอใจปะปนกับอารมณ์ดิบที่เริ่มปะทุ
“ดีมาก…” น้ำเสียงพึงใจเอื้อนเอ่ยช้า ๆ นิ้วมือที่ฝังลงไปในเรือนผมค่อย ๆ ลูบเบา ๆ อย่างเอ็นดู แต่กลับเป็นการควบคุมมากกว่าปลอบโยน “แบบนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นของฉัน”
คิมบอมกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง มองร่างที่ยอมจำนนต่อหน้าอย่างพึงพอใจ ไม่มีคำขัดขืน ไม่มีแม้แต่แรงต่อต้าน ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ
ฮันแจไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ขยับมือไปปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกอย่างว่าง่าย ผิวขาวเนียนค่อย ๆ ปรากฏขึ้นใต้แสงไฟ รอยจ้ำสีช้ำที่ยังหลงเหลือจากคืนก่อนประดับอยู่ทั่วตัว ร่องรอยเหล่านั้นไม่เคยจางหายสนิท และในค่ำคืนนี้ก็จะถูกเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้ง
หนักที่สุดคือรอยที่อยู่ใต้ร่มผ้า พื้นที่ที่ไม่มีใครเคยเห็น นอกจากคิมบอม มันเป็นเครื่องหมายของความเป็นเจ้าของ เป็นตราประทับที่เขาต้องแบกรับเพียงลำพัง
ไม่มีใครรู้…
ไม่มีใครเคยเห็นถึงความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวเงียบสงบของฮันแจ ในตอนกลางวันเขายังคงสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เดินอยู่ข้างหลังคิมบอม ทำหน้าที่คอยจัดการสะสางทุกอย่างให้เขาโดยไร้ที่ติ คำสั่งที่ได้รับมักเยือกเย็นเฉียบขาด ไม่เคยมีใครสงสัย หรือแม้แต่จินตนาการว่า คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้นำผู้ทรงอำนาจของตระกูลคิมนั้น จริง ๆ แล้วเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกบีบอัดจนแหลกละเอียด
แต่ถึงอย่างนั้น ของเล่นชิ้นนี้ก็ยอมให้ถูกบดขยี้ด้วยความเต็มใจ
“อ๊ะ..อ๊าา”
เสียงสะท้อนในห้องมืดดังก้อง สอดประสานกับเสียงฝ่ามือที่กระทบผิวเนื้ออย่างไม่ปรานี
“พั่บ! พั่บ! พั่บ!”
เสียงหนักหน่วงซ้ำ ๆ กดลึกเข้าไปในทุกอณูของความทรมานและความยินยอมที่พันกันยุ่งเหยิง
ฮันแจหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทก ทุกสัมผัสรุนแรงแทรกซึมลงในเส้นประสาท ร่างกายร้อนฉ่าทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ
เสียงดุดันสั่งการ ไม่มีที่ว่างให้ต่อต้าน นิ้วมือเย็นเฉียบบีบปลายคางของฮันแจ ดันให้ดวงตาสั่นระริกสบกับดวงตาแฝงแววดิบเถื่อนที่เต็มไปด้วยอำนาจและการครอบครอง
ฮันแจหายใจสะท้าน ก้อนเนื้อในอกบีบรัด แต่ยังไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากก็ถูกบดขยี้ลงมา หนักหน่วงและรุนแรง
“อืมมม!”
ลิ้นร้อนกวาดต้อนทุกสัมผัส ขบเม้มริมฝีปากล่างอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงจนบวมเจ่อ เสียงหายใจสั่นสะท้าน ท่อนแขนแข็งแรงรัดร่างเขาไว้แน่น ปิดกั้นทุกทางหนี
“อึก...!”
เสียงหวีดแผ่วถูกรัดคอไว้ด้วยแรงกดที่แน่นขึ้น มือหนาที่เคยบังคับให้สบตาเลื่อนต่ำลง ลากไล้ผ่านผิวเนื้อที่สั่นสะท้านด้วยความร้อนและความกลัว
“ฉันบอกให้มองฉัน”
เสียงต่ำกระซิบข้างหู ก่อนที่ฟันคมจะขบกัดลงบนเนื้ออ่อนใต้ลำคอ ฮันแจสะดุ้งเฮือก ร่างกายบิดเร่าแต่ไม่มีที่ให้หนี
"อ๊า...!"
ความเจ็บแทรกซึมลงสู่ผิวหนัง แต่ไม่ทันได้ประท้วง ร่างกายก็ถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับพื้นผิวเย็นเฉียบ มือหนากดตรึงต้นขาไว้แน่น ทอดมองภาพของร่างที่สั่นไหวอยู่ใต้ร่างตนเอง
“อย่าขยับ”
คำสั่งเฉียบขาดเหมือนตรึงร่างให้หยุดนิ่ง ฮันแจหอบหายใจ รู้ดีว่าถ้าหลุดออกไปจากขอบเขตของเขาแม้แต่นิดเดียว ผลลัพธ์จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ร่างหนาโน้มตัวลงต่ำ ปลายจมูกลากผ่านต้นคอ คลอเคลียราวกับนักล่าที่กำลังซึมซับกลิ่นเหยื่อก่อนลงมือ
“ฮึก...! อื้อ...!”
ยังไม่ทันตั้งตัว ฟันคมก็กดลงไปใหม่ คราวนี้แรงกว่าครั้งก่อน ลากผ่านผิวจนทิ้งรอยแดงจางไว้ตามเส้นทางของมัน
มือหนาเลื่อนขึ้นมาเกาะกุมข้อมือทั้งสองข้าง กดมันลงเหนือศีรษะ ตรึงไว้แน่นจนไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย
"ร้องออกมา"
คำสั่งที่เต็มไปด้วยความบังคับ ทำให้ร่างที่อยู่เบื้องล่างตัวสั่นสะท้านไปหมด
เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อยังคงดังต่อเนื่อง
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
แรงกระแทกหนักหน่วงทำให้สติเลือนราง ฮันแจรู้สึกได้ถึงร่างกายที่กำลังจะแตกสลาย ถูกครอบครองอย่างไร้ความปรานี
และที่น่ากลัวที่สุด คือเขากลับเต็มใจยอมให้มันเป็นแบบนั้น
"อ๊า...!"
คิมบอมจ้องใบหน้าของเขา รอยยิ้มเย็นเฉียบฉายขึ้น ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมากระซิบชิดริมฝีปาก
"นายคิดว่าฉันจะยอมให้มันจบง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ?"
ปลายนิ้วลากไล้ไปตามแนวกรามของฮันแจ ก่อนที่เขาจะใช้มือหนารัดท้ายทอยของอีกฝ่ายแน่น
แล้วกดจูบรุนแรงลงมาอีกครั้ง
"อึก...!"
ลมหายใจถูกช่วงชิงไปทั้งหมด ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด ดูดดึงทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ฮันแจรับรู้ถึงรสชาติของความบังคับ ความเป็นเจ้าของ และความต้องการครอบครองทั้งหมดที่อีกฝ่ายถ่ายทอดลงมา
ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้จนบวมเจ่อ มือหนาที่ตรึงสะโพกของเขาไว้แน่น แรงกระแทกที่ไม่มีวันหยุด
"ฮันแจ"
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอีกครั้ง
"นายมันเป็นของฉัน จำใส่หัวเอาไว้"
มือหนาเลื่อนลงมาตรึงสะโพกของเขาแน่นขึ้น ร่างกายของเขาถูกครอบครองจนไม่มีที่ว่างให้ต่อต้าน
แต่มันไม่จำเป็นอยู่แล้ว
เพราะเขาไม่เคยคิดจะต่อต้านตั้งแต่แรก
"อึก...อืมม..."
เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดออกมา แม้จะพยายามกลั้นไว้ แต่มันก็ยังเล็ดลอดออกไปให้คนที่อยู่เหนือร่างพอใจ
คิมบอมจ้องมองร่างใต้ร่างด้วยสายตาพึงพอใจ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มร้าย ก่อนที่เขาจะขยับตัวเล็กน้อย แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ขึ้นมาสิ"
ฮันแจไม่ได้ลังเล เขาทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ขยับตัวขึ้นมาอยู่เหนือร่างของคิมบอม ปลายนิ้วแตะลงบนแผงอกแข็งแรงเพื่อพยุงตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า
สัมผัสของเขานุ่มนวลในขณะที่ร่างกายยังคงร้อนรุ่มไปด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า เสียงหอบหายใจแผ่วพร่า แต่คิมบอมไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เขาไม่ได้ให้ฮันแจอยู่ข้างบนเพื่อให้เป็นคนคุมเกม
เขาต้องการเพียงให้ของเล่นของเขาขยับตามที่เขาต้องการ
ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพตรงหน้าเพียงครู่ ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนไปจับสะโพกของฮันแจไว้แน่น
"ฉันไม่ได้บอกให้เล่นตามใจ"
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แรงกระแทกจากเบื้องล่างก็สวนขึ้นมาอย่างรุนแรง
"อึก!"
ฮันแจเม้มปากแน่น แม้ร่างกายจะสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี แต่เขายังคงไม่ส่งเสียงร้องออกมา
"ฉันบอกให้มองฉัน"
เสียงทุ้มต่ำกดลง คิมบอมยกตัวขึ้นเล็กน้อย มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางของฮันแจแน่น บังคับให้สบตากับเขา
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงกระแทกดังสะท้อนก้อง ฮันแจยังคงรับทุกสัมผัสไว้เงียบ ๆ ไม่มีคำร้องขอให้หยุด ไม่มีคำอ้อนวอน มีเพียงร่างกายที่สั่นสะท้านไปตามจังหวะรุนแรงที่ถาโถมเข้ามา
"ดี... ดีมาก"
เสียงกระซิบพร่าเปรยขึ้น ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะลากไล้ไปตามแนวลำคอ
"รู้สึกดี ก็ครางออกมาดัง ๆ สิ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบพร่าข้างใบหู นิ้วมือเย็นเฉียบลากไล้ไปตามแนวสันกราม ก่อนจะเลื่อนลงมายึดสะโพกของฮันแจแน่น ตรึงร่างของเขาให้รับทุกสัมผัสที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงกระแทกยังคงดังสะท้อนก้อง ร่างกายของฮันแจสั่นไหวไปตามแรง เขาหอบหายใจหนัก ลมหายใจร้อนกระทบแผงอกแกร่งของอีกฝ่าย ริมฝีปากแดงจัดเม้มแน่น ก่อนที่เสียงครางแผ่วเบาจะเล็ดรอดออกมา
"อ๊ะ... อึก... ฮ้าา..."
เสียงที่สั่นเครือ กระเส่า และเต็มไปด้วยความยั่วยวนที่ไม่เคยมีมาก่อน
ดวงตาคมของคิมบอมไหววูบไปเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มร้ายจะปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก
"หืม...? คิดจะยั่วฉันเหรอ?"
มือหนาลากขึ้นมาตามแนวเอวคอด บีบแน่นอย่างต้องการลงโทษ ก่อนที่แรงกระแทกจะหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
"อ๊า... อ๊ะ... ฮึก...!"
เสียงครางหวานยิ่งชัดขึ้นทุกที ฮันแจหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายขยับไปตามจังหวะของคิมบอมอย่างยอมจำนน
"อืม... ฮ้าา...คุณชาย..."
เสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน
"หึ... แบบนี้ค่อยดีหน่อย"
คิมบอมกระตุกยิ้ม ดวงตาคมพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ก่อนที่เขาจะคว้าท้ายทอยของฮันแจเข้ามาแนบจูบ รุนแรง บดขยี้ ไม่ปล่อยให้มีแม้แต่ช่องว่างให้ได้หายใจ
"ครางออกมาอีกสิ"
เขากระซิบ ก่อนจะขยับสะโพกสวนขึ้นแรงกว่าเดิม
"ให้สมกับที่นายเป็นของฉัน"

***************************เอาจริงๆ เรื่องนี้สงสารฮันแจที่สุดแล้วลึกๆคือรักคิมบอมมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แบบยัยพี่รักคุณชายน้อย แต่ด้วยฐานะทางสังคมทำให้ไม่มีสิทธิ์ มีเสียง ให้ทำอะไรก็ยอมแม้ว่าจะเป็นของเล่นของอีกฝ่ายก็ตาม



      

nuangnut1996 โพสต์ 2025-3-7 12:59:12

สนุกมากครับ

Yaiyra โพสต์ 2025-3-7 14:52:29

ชอบๆๆรอติดตามตอนต่อคับ

lekthai โพสต์ 2025-3-7 20:38:46

ขอขอบคุณ

tanya โพสต์ 2025-3-9 15:44:20

สนุกมากเลยครับ

tjkung โพสต์ 2025-3-10 03:51:28

ข อ บ คุ ณ ค รั บ

Nukinho โพสต์ 2025-3-10 10:52:30

อยากรู้ปมของคุณชายเลย ว่าจากเด็กน้อย กลายเป็นชายโหดร้ายได้ยังไง และทำไมถึงเลือกฮันแจ เป็นที่ระบาย
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ช่วยผมด้วย..ผมโดนมาเฟียรุมข่มขืน!? Chapter 5