พระนางเรือล่ม กิตติศัพท์อาถรรพ์ ตำนานสุดเฮี้ยน !!!
ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา “วัดกู้” ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีในอดีตสถานที่นี้คือ จุดเกิดโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์
ยุคแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5
เหตุครั้งนั้นทำให้พระนางอันเป็นที่รักยิ่งของเจ้าแผ่นดินต้องมา
สังเวยชีวิตสิ้นพระชนม์ลงณ กลางแม่น้ำนั้น
เหตุการณ์ คราวนั้นถึงกับทำให้ “เจ้าเหนือหัว” ของคนไทย
“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ถึงกับทรงพระกรรณแสง
เพราะเป็นที่รู้กันตามประวัติศาสตร์ว่า ในบรรดาพระมเหสีและเจ้าจอมทั้งหลายนั้น
“สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี”
หรือที่เราคนไทยคุ้นกับพระนามของพระองค์ว่า
“พระนางเรือล่ม” นั้นทรงเป็น “ที่รัก” และโปรดปรานยิ่งของ
“องค์พระพุทธเจ้าหลวง”
พระประวัติ “พระนางเรือล่ม” พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดา
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ลำดับที่ 50
พระมารดาคือ สมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม)
ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน ปีวอก พ.ศ. 2403
ณ พระบรมมหาราชวังทรงถวายองค์เป็นพระมเหสีในรัชกาลที่ 5
เมื่อเจริญพระชนมายุได้ 17 พรรษา ด้วยมีพระสิริโฉมงดงาม
พระสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “พระอัครมเหสี” และยังเป็นที่โปรดปราน
สนิทเสน่หายิ่งกว่าพระอัครมเหสีองค์อื่น ๆ
สมเด็จ พระนางเจ้าสุนันทาฯ ทรงมีพระราชธิดา พระองค์แรกเมื่อ
พระชนมายุได้ 19 พรรษา ทรงพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์ เพชรรัตน์
จวบกระทั่งวันที่เสด็จทิวงคตเพราะเรือล่ม ณ
วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2423 ขณะกำลังเสด็จฯ มายัง
พระราชวังบางปะอินพระองค์ก็ทรงพระครรภ์ได้ 5 เดือน
เหตุสลดในวันนั้นเล่ากันว่า สาเหตุที่ทำให้เรือของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ ล่ม
เนื่องเพราะเรือพระพันปีหลวง หรือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถบรมราชชนนี
พันปีหลวงแล่นแซง ประกอบกับนายท้ายเรือของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ
เมาเหล้า ขาดสติในการควบคุมเรือเรือจึงล่ม และทั้งที่พระองค์ก็ทรงว่ายน้ำได้
แต่เพราะความที่ทรงห่วงพระราชธิดา จึงต้องสิ้นพระชนม์ไปพร้อม ๆ
กัน รวมทั้งพระพี่เลี้ยง รวมทั้งสิ้น 4 ศพ ที่จมอยู่ใต้ท้องเรือ
โดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะติดอยู่ที่กฎมณเฑียรบาลว่า
ห้ามผู้ใดแตะต้องพระวรกายพระมเหสีมิฉะนั้นจะถูกประหารทั้งโคตร
โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นนี้ก่อนเกิดเหตุ ได้มีลางร้ายมาเตือนล่วงหน้าแล้ว
โดยก่อนที่เรือจะล่มในคืนหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ
ได้ทรงพระสุบินว่า พระธิดาของพระองค์ตกลงไปในน้ำ
ด้วยความตกพระทัยจึงรีบคว้าพระธิดาจนตกลงไปในน้ำด้วยกัน
แล้วได้ตื่นจากบรรทม ครุ่นคิดถึงการเสด็จฯ ไปพระราชวังบางปะอิน
ในวันรุ่งขึ้นว่าต้องมีเหตุอะไรเกิดขึ้นกับพระองค์เป็นแน่
แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงชะตากรรมไม่ได้จนพบจุดจบในที่สุด
การสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ ในครั้งนั้น
มีเสียงร่ำลือในวังหลวงอย่างอื้ออึงว่า เพราะเป็นแผนการที่จงใจจะ
ทำให้เกิดอุบัติเหตุ จากความอิจฉาริษยาของบรรดามเหสี
และสนมนางในที่คิดหาหนทางกำจัด จนทำให้พระนางอันเป็นที่รักของ
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ต้องมาสิ้นพระชนม์ท่ามกลางข้อกังหา
และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน และชาววังในยุคนั้น
ก็ยังมีเรื่องน่าพิศวงอันเกิดจากอาถรรพณ์ของดวงพระวิญญาณตามมาด้วย
เล่ากันว่าขณะกำลังงมค้นหาพระศพในวันที่เรือพระที่นั่งล่ม
โดยชาวบ้านแถวนั้นทนเห็นเหตุการณ์ไม่ไหว
พยายามช่วยลงมางมค้นหาพระศพก็เกิดเหตุอัศจรรย์ที่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ
ถึงขนาดทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ก็ไม่สามารถพบพระศพ
จึงต้องไปเชิญหลวงจีนท่านหนึ่งนามว่า “สกเห็ง” ซึ่งเชี่ยวชาญทางวิปัสสนา
นั่งทางในมาทำการเสี่ยงทาย โดยเสกถ้วยน้ำชาให้ลอยไปตาม
กระแสน้ำหากถ้วยชาจมลงตรงจุดใด ก็ให้ชาวบ้านและทหาร
ช่วยกันลงไปงมหา ซึ่งในที่สุดก็สามารถหาพระศพจนพบ
ลักษณะพระศพที่เห็นนำความเศร้าสลดมาสู่สายตาผู้พบเห็นยิ่งนัก
เป็นภาพพระนางโอบพระธิดาไว้แนบอก และพระศพที่พบ
ก็จมอยู่ใต้ซากเรือพระที่นั่งนั่นเอง
และเพราะเหตุ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ ทรงสิ้นพระชนม์
จากเรือพระที่นั่งล่มที่หน้าวัดกู้ กลางลำน้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี
ชาวบ้านจึงได้ร่วมใจตั้งศาลพระนางเรือล่มขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์
ว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่กู้พระศพของพระองค์
ซึ่งต่อมาหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มานานมากแล้ว ก็ยังเกิดเรื่องเล่า
ถึงดวงวิญญาณพระนางเรือล่มตามมามากมาย
มีผู้พบเห็นและร่วมอยู่ในเหตุการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ของ
ดวงพระวิญญาณพระนางเรือล่มหลายครั้ง โดยชาวบ้านใน
ละแวกวัดเล่าว่า ในสมัยก่อนที่หน้าศาลของพระนางเรือล่ม
มักมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นเสมอโดยหลาย ๆ ครั้งจะมีฝูงจระเข้ว่ายน้ำ
มาคำนับที่หน้าศาลอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ปกติจระเข้มักว่ายอยู่ใต้น้ำ
แต่อาจเป็น เพราะจระเข้รับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ท่าน
ดังนั้นเวลาว่ายน้ำผ่านหน้าศาลทีไร จระเข้ทุกตัวเป็นต้องลอยตัว
ขึ้นมาคำนับทุกครั้งไป
นอกจากนี้ยัง เคยเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้นกับคนต่างถิ่น
ที่ไม่เคยรู้จักเรื่องราวของพระองค์ท่าน บางคนดั้นด้นมาที่วัดกู้ทั้ง ๆ
ที่ไม่เคยมา ก็เพราะเขาฝันว่ามีผู้หญิงสูงศักดิ์ท่านหนึ่งมา
เข้าฝันบอกให้มาที่วัดกู้ แล้วจะมีโชค เมื่อมาถึงก็ต้องตกตะลึง
เมื่อมาเห็นภาพ และพระรูปปั้นที่อยู่ในศาลนั้นเหมือนกับผู้หญิง
ในความฝันไม่ผิดเพี้ยน
อาถรรพณ์จากความศักดิ์สิทธิ์ของพระนางเรือล่มยังมีเล่ากันต่อมาอีกว่า
เคยมีบางคนลบหลู่ไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ พูดจาดูหมิ่นขณะ
พูดจบไม่ทันไรก็มีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้น โดยจู่ ๆ ก็วิ่งไปที่ท่าน้ำ
ไม่รู้เนื้อรู้ตัวทำท่าจะกระโดดน้ำตาย หรืออย่างบางคนที่ชอบมา
ท้าสาบานที่ศาลของพระองค์ว่า ถ้าผิดจริงขอให้จมน้ำตาย
ปรากฏว่าได้ตายสมใจ โดยตายอยู่ในอ่างน้ำตื้น ๆ ดังนั้นถ้า
ใครคิดมาลองสาบานอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าที่ศาลพระนางเรือล่ม
ที่วัดกู้ ต้องขอบอกก่อนว่าอย่าเสี่ยงเป็นอันขาด
ทุกวันนี้ ชาวบ้านแถบ จ.นนทบุรี และผู้ที่มาจากต่างจังหวัดยัง
คงแวะเวียนมากราบไหว้พระนางเรือล่มที่ศาลอยู่ ตลอดเวลา
สิ่งที่นิยมนำมาถวายพระองค์ท่านก็คือกล้วยเผา
มาพร้าวอ่อนและพวงมาลัยมะลิสดส่วนศาลที่เห็นในปัจจุบันจะมี 2 ศาล
คือศาลที่อยู่ริมน้ำกับศาลที่ตั้งอยู่ภายในวัด ซึ่งศาลนี้อันที่จริงเป็นศาลเดิม
เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ศาลนี้เดิมก็อยู่ริมน้ำ แต่เพราะเวลาผ่านไป
ทำให้ดินทับถมกลายเป็นแผ่นดินงอกใหม่
ศาลนี้เลยกลายเป็นตั้งอยู่บนดินไป
http://i493.photobucket.com/albums/rr298/bluemoon054/sunantha02.jpg
ใช่ค่ะ ทรงน่าสงสารจริงๆ เคยได้ยินว่ามีคนถ่ายคลิปแล้วมีรูปติดมาด้วยค่ะ
หน้า:
[1]