สวนลับสวนรักนายหัวกวิน1 By sharnon
ท้องฟ้ายามเย็นถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีส้มเจือจาง ทิวทอดสายตามองปล่องควันจากเมรุที่ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า ร่างกายของเขาผอมลีน ไหล่แคบและดูเปราะบาง ทว่าในดวงตายังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสูญเสียเขายืนอยู่ตรงนี้—ในบ้านเกิดที่เขาจากไปเมื่อหลายปีก่อน บ้านหลังเก่าที่มีต้นมะม่วงต้นเดิม บ้านที่ยังคงกลิ่นอายของวันวาน บ้านที่เคยมีเสียงหัวเราะของพ่อ
แต่วันนี้...ไม่มีพ่ออีกแล้ว
ร่างโปร่งของทิวไผ่สวมใส่อาภรณ์สีดำ ยิ่งทำให้แลดูเพรียวบางในสายตาของผู้คนที่พบเห็น แม่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา ดวงตาที่เคยอบอุ่นของเธอมีร่องรอยของความโศกเศร้า แววตาที่พยายามเข้มแข็งเพื่อเขา แต่ทิวรู้ดีว่าภายในใจของแม่เองก็คงเจ็บปวดไม่แพ้กัน
“พ่อไปสบายแล้วนะลูก” เสียงแหบพร่าของแม่ปลุกเขาจากภวังค์
“ครับ...” ทิวตอบเบา ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรอีก ความรู้สึกสูญเสียยังตีตื้นขึ้นมาจนทำให้ลำคอของเขาจุกแน่น
เขาเพิ่งเรียนจบ เพิ่งก้าวเท้าออกมาสู่โลกกว้าง และเพิ่งจะคิดได้ว่าตัวเองอยากดูแลครอบครัว อยากให้พ่อภูมิใจ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป พ่อไม่ได้อยู่รอให้เขาทำสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว
ลมเย็นพัดแผ่วผ่านพาเอากลิ่นควันจาง ๆ มาด้วย ทิวสูดหายใจลึก พยายามกักเก็บทุกความทรงจำเกี่ยวกับพ่อเอาไว้ให้มากที่สุด
ต่อจากนี้เขาจะต้องอยู่ต่อไป... เพื่อแม่ เพื่ออนาคต และเพื่อทำให้พ่อภูมิใจ แม้ว่าพ่อจะไม่ได้อยู่เห็นด้วยตาตัวเองก็ตาม
“ทิว...เหนื่อยละสิเรา”
เสียงเรียกอย่างอ่อนโยนของใบไผ่ ผู้เป็นพี่สาวส่งเสียงทักมาจากข้างหลัง ดวงตาที่แสดงออกถึงความห่วงใยเป็นล้นพ้นสะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น ทิวยิ้มรับความรู้สึกที่พี่สาวถ่ายทอดมาให้เสมือนดังมารดาเขาอีกคน ด้วยอายุที่ห่างกันเกือบสิบปีทำให้ทิวไผ่และเคารพพี่สาวเพียงคนเดียวคนนี้มาก
“พี่ก็เหมือนกันนั่นล่ะ”ชายหนุ่มใบหน้าขาวเข้าไปจับมือพี่สาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่แล้วก็ต้องรู้สึกตกใจกับแรงปะทะที่บริเวณช่วงขา
“อะ!…”
ร่างโปร่งตัวเซก่อนจะขยับเท้าตั้งหลักได้อีกครั้ง
“ตายแล้ว! เจ็บรึเปล่าหนู”
พี่สาวเขาร้องตกอกตกใจเมื่อสิ่งที่เข้ามาชนขาเขาคือเด็กชายวัยประมาณเจ็ดหรือแปดขวบล้มหน้าคะมำอยู่แทบเท้า ดูท่าจะเจ็บมาก เด็กชายถึงได้ทำท่าแบะปากตั้งท่าจะร้องไห้ ทิวไผ่จึงก้มลงไปฉุดเด็กน้อยลุกขึ้นยืน พลางสำรวจเนื้อตัวเด็กว่ามีบาดแผลเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีบาดแผลร่างเพรียวบางจึงยกยิ้ม
“ชนเอง ล้มเอง แผลก็ไม่มี แล้วจะร้องไห้ทำไมครับ”
“ขอโทษด้วยครับ ลูกชายผมซนไปหน่อย”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทิวและใบไผ่หันไปมอง เห็นชายหนุ่มร่างสูงสมส่วน แต่งกายสุภาพ ใบหน้าคมคายดูอบอุ่นแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ดวงตาของเขาสะท้อนความห่วงใยชัดเจนเมื่อก้าวเข้ามาหาลูกชายตัวน้อย ก่อนจะย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ
“พ่อมาช้าไปหน่อย ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ดูแลให้ดี” เขากล่าวก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับใบไผ่และทิว “ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลลูกชายผม”ชายหนุ่มผิวกายสีแทนออกคล้ำ ใบหน้าดูสะอาดตัดผมสั้น ใบหน้าไรหนวดเคราดวงตาโตจมูงโด่งเป็นสันแต่เจือไปด้วยความดุนัยย์ดวงตาคมนั้น ทิวลมหายใจสะดุดไปชั่ววินาสบตากับชายหนุ่มร่างโตกำยำ
"ผมชื่อกวินนะครับ..."เขาสบตากับหนุ่มตัวขาวแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเศร้า ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาคือลูกชายของเจ้าของสวนลุงจิตเป็นคุณลุงจิตใจดีคนในหมู่บ้านจึงมารวมตัวส่งแกขึ้นสวรรค์ กวินจับหัวลูกชายเขาเป็นพ่อม่ายเนื้อหอม ด้วยความสูงกว่า180 ซม. ร่างกายแข็งแรงกำยำ มีกล้ามเนื้อแต่ไม่ได้ล่ำจนเกินไป ดูสุขุมและอบอุ่น ผิวสองสี ดวงตาคมลึกแฝงความอ่อนโยน ริมฝีปากได้รูปมักจะกดเป็นเส้นตรง ทำให้ดูสุขุมแต่ก็น่าค้นหา ผมหยักศกเล็กน้อย มีไรเคราบาง ๆ ที่เพิ่มเสน่ห์แบบผู้ชายวัยสี่สิบ
"ไม่เจ็บแน่นะไอ้ตัวแสบ"กวินยกมือลูบหัวลูกชายเบาๆ"เจ้าลิงน้อยของผมหมอนี่ซนเกินไปหน่อย"กวินยิ้มสบตากับใบหน้าขาวที่เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมา
"ไม่เจ็บฮะ แต่พี่ชายหน้าดูเศร้าจังเลย" พูดพลางชี้ไปที่ทิวไผ่ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆตัวของผู้เป็นพ่อก็อมยิ้มกับคำพูดของลูกชายก่อนจะเงยหน้ามองทิวไผ่ตรง ๆ
"ผมเชื่อนะว่าวิญญาณของลุงโม่งต้องได้ไปในที่ ที่สงบ"กวินพูดค่อยคล้ายปลอมใจทิวไผ่
"อย่าเศร้าไปเลยนะครับพี่ชาย"เด็กชายแก้มนุ่มนิ่มจับมือของทิวไผ่ตัวชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อยกับคำพูดนั้น เขาไม่คิดว่าคนแปลกหน้าจะสังเกตเห็น
"ขอบคุณนะครับคุณ"ทิวไผ่เอ่ยขอบคุณก่อนจะย่อตัวลงไปหาเด็กชาย จับแก้มนุ่มนิ้มนั้น "ขอบใจนะครับ โตไปต้องหล่อแน่ๆเลย"เจ้าเด็กแสบหน้าแดงแปร๊ด รู้สึกชอบใจกับคำชมอันตรงไปตรงมาของพี่ชายแปลกหน้าสุดๆ
"ถูกใจน่าดู หน้าแดงเลยไอ้ตัวแสบ"กวินยิ้มกว้างอารมณ์สีเทาที่ก่อเกิดขึ้นมา ทิวไผ่คล้ายจะปลงตกและคล้ายความเศร้าสร้อยลงไปมากโข
"ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ ผมอยู่สวนข้าง ๆ"เขาพูดพลางพยักเพยิดไปทางสวนมะพร้าวที่อยู่ใกล้ ๆ ทิวไผ่ชะงักเล็กน้อย ไม่ค่อยชินกับความใจดีแบบนี้ แต่กลับรู้สึกว่ามันอบอุ่นแปลก ๆ
"ขอบคุณครับ…" เขาเอ่ยเบา ๆ รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าที่มีลดลงเล็ก
ทิวไผ่มองตามแผ่นหลังกวินที่เดินจากไป ก่อนหันไปถามพี่สาวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความสงสัย) "ใครเหรอครับ?" ใบไผ่มองหน้าน้องชายล้วยิ้มบาง ๆ ราวกับจับสังเกตอะไรบางอย่างได้
"พ่อหม้ายข้างสวนไง... เจ้าของสวนมะพร้าวฝั่งโน้น"หญิงร่างท้วมยิ้มแย้มพยักพเยิดไปทางสวนข้าง ๆ
"อ๋อ....เขาดูใจดีเนอะ"ทิวไผ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางสวนมะพร้าวที่ใบไผ่บอก ก่อนพึมพำเบา ๆ
"เมื่อกี้ยังดูกลัวๆ ไม่กล้าคุยกับเขาอยู่เลย"พี่สาวหัวเราะเย้าน้องชาย"เปลี่ยนใจแล้วเหรอ?"ทิวไผ่เบ้ปากเล็กน้อยรีบเบือนสายตาหนี "ผมก็แค่พูดตามที่เห็น"ทิวไผ่ตอบเสียงเรียบ แต่ใบหูเริ่มขึ้นสีจาง ๆพี่สาวยิ้มคล้ายจะมีความเบาใจที่เห็นน้องชายยิ้มออก เธอแอบสังเกตท่าทางของน้องชายแล้วอมยิ้ม แต่เลือกที่จะไม่แซวต่อ
"เขาชื่อกวิน เป็นพ่อม่าย ลูกชายชื่อน้องกานต์ส่วนหนุ่มน้อยที่วิ่งมาชนแก นั้นหลานชายของเขานั้นแหละ ชื่ออะไรนะ..เอ่อ..น้องม่อน อ่าใช่น้องม่อน ...อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว"ทิวขมวดคิ้ว มองดูชายหนุ่มคมคายตรงหน้าดูไม่แก่เท่าไหร่ แต่มีหลานกลายเป็นคุณปู่ตั้งแต่ยังหนุ่ม "อึ้งอะดิ....ลูกชายแกก็หล่อเหมือนพ่อนั้นแหละ 17-18ฮอร์โมนมันพลุ่งพล่าน ไปเผลอทำสาวท้อง....แต่ก็ยังดีที่เขารับหลานชายมาเลี้ยงดูเองส่วนคนเป็นแม่ก็หายไปไหนแล้วไม่รู้....ส่วนเจ้ากานต์ลูกชายแก ก็เหมือนจะรู้สึกผิดกลับตัว เห็นว่ากลับไปเรียน แล้วน่าจะปวช.หรือปวส.นี่แหละ พี่ก็ไม่รู้แล้ว"ทิวไผ่อึ้ง ขนาดไม่ค่อยรู้ของพี่สาวนะเนี่ย
"อืม"ทิวไผ่พึมพำชื่อของอีกฝ่ายกับตัวเองเบา ๆ ก่อนพยักหน้าแม้จะไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตายังเหลือบไปมองทางที่กวินเดินไปอยู่ดี
คลังนิยายsharnon
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ น่าสนุก น่าติดตามครับ สนุกมากครับ ขอบคุณครับรอติดตามนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เปิดเรื่องได้น่าสนใจสุดๆ เลยครับ ลุ้นนนนน ดูอบอุ่น ข อ บ คุ ณ ค รั บ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ เปิดเรื่องได้น่าสนใจดี ขอบคุณ น่าติดตาม ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2