. . . บรรยากาศเมืองใหญ่ช่วงหัวค่ำคลาคล่ำด้วยผู้คนที่สัญจรไปมาแสงไฟรถยนต์เมื่อมองจากมุมสูงอันห่างไกลแล้วช่างเหมือนแมลงเรืองแสงนับหมื่นพันชีวิต . . . หลังจากตัดสินใจออกจากงานแล้วธนิกก็ไม่ต่างจากปุถุชนธรรมดานอกจากเรื่องการฟื้นฟูตระกูลแล้วเขาก็ต้องการเวลาผ่อนคลายยามว่างเช่นเดียวกันค่ำนี้เขานัดพบอดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งนั่งทานข้าวพบปะสังสรรค์หัวข้อสนทนาก็มีแต่เรื่องสัพเพเหระตามประสาผู้ชาย ดนตรีกีฬา สารทุกข์สุขดิบทั่วไปเนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วธนิกเป็นได้มากกว่าพนักงานเอ็นจีโอ แม้เขาอารมณ์ร้อนแต่มีความยั้งใจไม่ให้ตนเองใช้พลังทำร้ายคนจนคนแตกตื่นสูงพอสมควรหาใช่ด้วยขันติธรรมแต่เป็นเพราะเกรงว่าวันหนึ่งความลับจะเปิดเผยออกมาว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ปกติบางครั้งคราเขายังนึกอิจฉาเต๋อที่สามารถบงการให้คนที่เกลียดพังอนาคตตัวเองได้ง่ายดายแต่สำหรับเขามีแต่ทำร้ายร่างกายเท่านั้นสถานเบาก็ทำให้ของหล่นใส่หัวแตกโมโหปานกลางก็หักแขนหักขาแค้นมากก็ใช้พลังจิตพลักให้ตกจากตึกสูงหรือทำให้รถคว่ำทำนองนี้เรียกว่ายังมีสติที่จะปกป้องความลับของตนอยู่เช่นกันคนธรรมดายังไม่เคยมีใครเห็นธนิกสติแตกถึงขั้นสิบล้อหรือหลังคาบ้านปลิวว่อนเป็นพายุพัดอย่างในภาพยนตร์แม้เขาจะทำได้จริงก็ตาม . . . “เมียกูโทรตามแล้วว่ะ กูต้องกลับแล้วนะนิกเจอกันใหม่เว้ย” งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเพื่อนของเขาลุกขึ้นพร้อมชนแก้วสุดท้ายกระดกจนหมดแทนคำบอกลาประสาผู้ชาย . . ธนิกนั่งใช้ความคิดอีกสักพักมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านทั้งนั้นเขานึกถึงคำพูดที่เต๋อเคยตอกหน้าหงายไว้ว่าอุดมการณ์เปลี่ยนโลกของเขาเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระหากเขาไม่ต้องแบกรับตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ก็คงดีบางครั้งเขาก็นึกอยากเกิดเป็นคนธรรมดาบางทีถ้าเขาไม่มีพลังจิตอาจจะมีความสุขกว่าทุกวันนี้ก็ได้ . . เขายกแก้วเบียร์ซดจนเกลี้ยงเป็นแก้วสุดท้ายก่อนเดินออกจากร้านไปเพื่อกลับบ้านวันนี้เขาไม่ขับรถมาเพื่อความคล่องตัวในการเดินทางและจะได้ไม่ต้องดิ้นรนหาที่จอดใช้บริการรถไฟฟ้าแทน . . . เขายืนต่อแถวรอรถไฟฟ้าอย่างอารมณ์ดีนานทีปีหนได้เจอเพื่อนฝูงที่เป็นมนุษย์ปกติก็ช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้บ้างเพราะมันบังคับให้เขาต้องลืมเรื่องเกี่ยวกับภาระหน้าที่ แผนงานของตระกูลชั่วคราวเมื่อไม่คิด ก็ไม่มีอะไรต้องเครียด . . แต่น่าผิดหวัง แม้ธนิกตั้งใจออกมาพักผ่อนหย่อนใจก็เจอกับคนทำให้อารมณ์ชะงักจนได้สาววัยรุ่นแต่งตัวสก๊อยซ์ตัวดำปากแดงเหมือนเพิ่งกินลาบเลือดอายุราวสิบแปดปีเธอทำไม่รู้ไม่ชี้ลัดคิวสถาปนาหัวแถวใหม่เป็นแถวที่สามทั้งที่มีช่องสำหรับต่อแถวเพียงสองช่องต่อหนึ่งประตูรถช่างเป็นเทคนิคการแซงที่เรียกว่าหน้าด้านต่างจากแทรกแถวซึ่งหน้าแค่ปลายก้อยจริงๆแม้จะมีคนตำหนิด้วยสายตา แต่เธอก็หาได้สะทกสะท้านไม่ . . “เออ ๆ มึง เดี๋ยวถึงบ้านค่อยคุยกันกูยังไม่มีอารมณ์สนุกกลั้นฉี่มานานล่ะ โอเคเนอะ บาย ๆ” สก๊อยซ์สาววางสายมือถือก่อนจะหันไปลาแฟนหนุ่มที่เดินมาส่งและกำลังจะแยกไปขึ้นชานชลาอีกสายหนึ่ง“บาย ๆ ตัวเอง ห้าทุ่มโทรหาด้วยนะ” แฟนสาวกล่าวทิ้งท้าย . . อาจเป็นโชคร้ายของธนิกที่เป็นคนหงุดหงิดกับความไร้ระเบียบความมักง่ายและความไร้การศึกษาบ่อยกว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ยแต่สิ่งที่เขาโชคดีกว่าทุกคนคือมีอำนาจมากพอที่จะจัดการกับความขุ่นเคืองนี้ให้สาแก่ใจอย่างง่ายดายซึ่งคนธรรมดาไม่มีวันทำได้นอกจากต้องสะกดกลั้นสิ่งที่อยากพูดออกไป. . . แน่นอนธนิกไม่ยอมดูดายกับเรื่องตรงหน้านี้ . . “น้องครับ เห็นไหมว่าคนอื่นเขาต่อคิวอยู่หางแถวอยู่ทางโน้นนะครับ”ธนิกจัดแจงเข้าไปตักเตือน . . “ก็มันยาวแล้ว ขี้เกียจต่อ” เธอตอบพร้อมยักไหล่แบบฝรั่งทั้งที่เค้าหน้าปราศจากวี่แววคอเคเซี่ยนแม้เพียงเศษยีน . . “ช่วยเคารพกติกาสังคมด้วยนะครับถ้ากลัวไม่มีที่นั่งก็ต่อคิวแล้วยังไม่ต้องขึ้นรอเป็นหัวแถวเที่ยวต่อไปแบบนั้นดีกว่าไหมครับ” . . “แล้วพี่เสือกไรเรื่องหนูล่ะ” เธอชักสีหน้าถามกลับช่างแสบร้อนเหมือนกลิ่นต้มยำหม้อไฟและช่วยเรียกน้ำย่อยเหล่าขามุงเป็นอย่างดีคนที่เข้าแถวอยู่เริ่มหันมามองและแอบเงี่ยหูฟังแม้ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับธนิกอยู่ในใจแต่พวกเขาก็คิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องเปลืองตัวให้เด็กถอนหงอกเล่นเช่นนั้น . . . “. . . .!!” ธนิกชะงักเล็กน้อยไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดเด็กสมัยนี้จึงได้ปากคอเราะร้ายนักแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับรถบดถนนอย่างเขาอะไรที่คิดว่าขวางหูขวางตาก็ไถกลบให้พ้นตาไปเสีย . . “เฮ้ย! คุยไรกันวะ” แฟนหนุ่มของสาวสก๊อยซ์ที่เดินจากไปเมื่อครู่ปรี่เข้าหาเมื่อเห็นว่าแฟนสาวของตนกำลังคุยกับชายท่าทางไม่น่าไว้วางใจที่พูดเช่นนั้นก็เพราะธนิกดูดีกว่าฝ่ายแฟนหนุ่มจนไม่เกิดอาการไม่ไว้ใจและดูเหมือนว่าฝ่ายหญิงเข้าใจธรรมชาติข้อนี้เป็นอย่างดีจึงใช้ให้เกิดเป็นความได้เปรียบ . . “ตัวเอง พี่คนนี้มาขอเบอร์เค้าก็บอกแล้วว่ามีแฟนแล้ว ๆ ๆยังไม่เลิกตื้ออีก” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงล้วนเห็นได้ชัดว่าใช้จริตปรุงแต่งขึ้นหยาบๆเธอเล่นละครสดได้ไม่สมจริงเอาซะเลยแต่มันย่อมหลอกคนใกล้ตัวที่หลงจนโงหัวไม่ขึ้นได้อยู่แล้ว . . “ไมวะ!” แว๊นซ์หนุ่มร่างแห้งผลักอกธนิกโดยไม่กลัวเกรงความสูงล่ำแม้แต่น้อยดูๆ ไปก็เหมือนแมงป่องชูหางขู่มนุษย์ ทั้งที่ถูกเหยียบทีเดียวก็จมดินแล้ว . . เมื่อเห็นว่าออกแรงสู้ไม่ได้จึงกระชากแว่นตาจากอีกฝ่าย“เมื่อกี้มึงไม่เห็นเรอะว่ากูเดินมาส่งเมีย!เหี้ยแว่น! หยามกันนี่หว่า”เมื่อสภาพการณ์เริ่มบานปลายจึงมีคนที่ทนไม่ไหวออกหน้าแทนธนิก . . “เฮ้ย คืนแว่นพี่เค้าไป แฟนคุณน่ะผิดมาแซงแถวเฉยเลย” . . “เสือก ไม่ใช่เรื่องของมึง!” แว๊นซ์หนุ่มตวาดกลับ . . ธนิกในสภาพไร้แว่นกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับสองคนตรงหน้าดีผู้หญิงน่าจะทำให้ป้ายโฆษณาหล่นทับส่วนผู้ชายเมื่อรถไฟมาจับผลักตกรางจะดีไหมหนอแต่หากอุกอาจเช่นนั้นอาจทำให้ผู้คนแตกตื่นได้ซ้ำยังจะได้กลับบ้านช้าด้วยเพราะคงต้องหยุดเดินรถเพื่อเก็บศพเจ้าบ้านี่ . . “อยากได้คืนก็ไหว้กูสิ!” นักเลงร่างแห้งกร่างขู่ให้อีกฝ่ายก้มหัวขอโทษอย่างเสียเชิงชายทั้งยังเสียผู้ใหญ่ด้วยแต่มีหรือที่ธนิกต้องทำตาม . . . ไม่เลย . ..สิ่งที่พวกนั้นน่าจะทำมากกว่าหากรู้ว่าธนิกเป็นใครคือการร้องขอชีวิต . . “ไม่ไหวละ เรียกซิเคียวฯ มาเคลียร์เถอะพี่”ชายที่ออกหน้าแทนเมื่อครู่แอบกระซิบข้างหูธนิกก่อนเดินออกจากแถวเพื่อติดต่อรปภ.ธนิกได้แต่ยิ้มรับตาหยีเพราะมองไม่ชัดทัศนียภาพเบื้องหน้าเลือนรางไปหมดกระนั้นอาการสายตาสั้นก็ไม่ได้บั่นทอนอำนาจไซโคไคเนซิสลงแม้แต่น้อยเขายังพร้อมที่จะระเบิดมันออกมาทุกเมื่อ . . . นาทีนี้ ไม่ทราบว่าสิ่งใดดลบันดาลใจให้จู่ ๆเขานึกถึงเต๋อขึ้นมาการแก้แค้นโดยไม่ต้องเข่นฆ่าแต่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติภูมิให้คราใดก็ตามที่มันผู้นั้นนึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายแล้วต้องขมขื่นหม่นเศร้าหลั่งน้ำตาแห่งความอัปยศตราตรึงตราบชั่วชีวิต . . . . “หึ น่าสนุกดีเหมือนกัน” ธนิกพูดกับตัวเองในใจ . . เขาจ้องเขม็งยังมือแว๊นซ์หนุ่มใช้อำนาจจิตกระชากแว่นกลับมาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีใครสังเกตราวกับเป็นมายากลจนแว๊นซ์หนุ่มถึงกับงงงันที่ชั่วพริบตาแว่นก็ไปกลับคืนสู่มือเจ้าของจากนั้นธนิกจึงใช้อำนาจจิตบดบี้บริเวณปากมดลูกของสก๊อยซ์สาวเขาจำได้คลับคลาว่าเจ้าตัวคุยโทรศัพท์เรื่องอยากรีบกลับบ้านเพราะปวดปัสสาวะ . . “!!!!” สก๊อยซ์สาวบิดตัวกระมิดกระเมี้ยนเธอรู้สึกว่ามีบางสิ่งไหลลื่นแทรกเข้าไปในร่างกายเธอ . . . “ไอ้สัตว์! มึงเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่!” แว๊นซ์หนุ่มง้างกำปั้นใส่ธนิกแต่แฟนสาวยั้งมือไว้ก่อน“ตัวเอง ๆ ช่างมันก่อน เค้าปวดท้องโอ๊ยยย” . . แว๊นซ์หนุ่มร่างแห้งสับสนว่าจะทำอย่างไรดีกระนั้นก็เลือกแฟนก่อนตามสัญชาตญาณรักพวกพ้อง“ตัวเอง ไหวไหมเป็นไร เมนซ์เหรอ” . . “ไม่ใช่ เค้าบอกไม่ถูก พาเค้าเข้าห้องน้ำก่อน”ธนิกใช้พลังจิตบี้กระตุ้นอวัยวะเพศของเธอขณะเดียวกันก็แบ่งพลังอีกส่วนไปลูบคลำบริเวณเป้าของฝ่ายชายทั้งหมดนี้คืออำนาจจิตธนิกจึงไม่รู้สึกได้สัมผัสร่างกายของอีกฝ่ายเหมือนการใช้มือกระนั้นการใช้พลังจิตกับร่างกายผู้อื่นโดยปราศจากความรู้สึกสัมผัสก็มิใช่ปัญหาเนื่องจากเขาฝึกใช้พลังไซโคไคเนซิสตั้งแต่เด็กจนชำนาญจนกะความหนักเบาของพลังและกะระยะพื้นที่เป้าหมายได้ดั่งใจนึก . . . “!!!” แว๊นซ์หนุ่มขนลุกซู่เมื่อรู้สึกเหมือนมีมือล่องหนจับลำควยของเขารูดขึ้นลงเมื่อก้มลงมองก็ไม่เห็นว่าจะมีใครหรือตัวอะไรจับเป้าเขาอยู่สิ่งเร้นลับนี้รุกเร้าจนทำให้ควยของเขาแข็งตัวขึ้นกะทันหันผู้คนมองชายหญิงสองคนนั้นยืนบิดยึกยือไปมาราวกับสุนัขคันเพราะเห็บหมัด . . . “ตัวเอง! บอกว่าช่วยพาเค้าไปห้องน. . .!!??”สก๊อยซ์สาวสะดุ้งโหยงสายเกินไปแล้วเธอพรั่งพรูสิ่งที่กักเก็บตลอดการเดินทางออกมาเรียวขารู้สึกถึงความอุ่นและเปียกแฉะของเหลวไหลซึมผ่านกางเกงในปละกระโปรงตามง่ามขา . . “เหี้ย! เยี่ยวแตกเรอะ!” แฟนหนุ่มถอยกรูดด้วยความรังเกียจทันทีเมื่อเห็นเช่นนั้นแสดงให้เห็นธาตุแท้ที่มีต่อหญิงคนรัก . . . ไม่เพียงแค่นั้นธนิกดำเนินการต่อไปโดยใช้พลังจิตปลดกระดุมเสื้อผ้าของทั้งสองกระดุมเสื้อดีดกระเด็นออกมากางเกงถูกดึงลงอย่างรุนแรงจนเอวถลอกถ้าใครไม่สังเกตจะดูเหมือนหลวมหลุดลงมาเองเขาใช้พลังจิตฉีกให้เสื้อผ้าแยกส่วนออกจากกันเพื่อที่จะไม่รั้งติดตามข้อต่อส่วนต่างๆและผลักมันให้ปลิวพ้นตัวเจ้าของขณะนี้ทั้งสองเหลือเพียงชุดชั้นในด้วยอาการตื่นกลัวเหมือนถูกมนุษย์ล่องหนกลั่นแกล้งแว๊นซ์หนุ่มควยตุงคาบ๊อคเซอร์ขณะที่สาวแสบเหลือเพียงกางเกงในแฉะเหลืองเธอใช้กอดอกบังเต้าไว้อย่างตระหนกผู้คนฮือฮากับเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายืนวิจารณ์อยู่ห่าง ๆบ้างก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น . . “ปึ๊ด!” ธนิกกระชากบ๊อคเซอร์ลงมาถึงข้อเท้าและสะบัดมันให้พ้นรวมทั้งกางเกงในของฝ่ายหญิง . . “ช่วยด้วย!!” สก๊อยซ์นั่งลงก้มหน้ากรีดลั่นแว๊นซ์หนุ่มตั้งสติได้ก่อนพยายามวิ่งไปเก็บเสื้อผ้าที่ถูกปัดพ้นตัวแต่เมื่อเข้าใกล้ก็จะถูกธนิกใช้พลังจิตปัดให้เลื่อนหนีออกไปอีกเหมือนแมวไล่ตะครุบของเล่นผูกเชือกซึ่งไม่มีทางรู้ว่าพยายามแค่ไหนก็เสียแรงเปล่าส่วนฝ่ายหญิงที่นั่งปกปิดร่างกายอยู่กับที่ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นความสนใจธนิกใช้พลังจิตดึงเธอขึ้นมาจากพื้นจนคล้ายกับอยู่ในท่ายืนเธอพยายามขัดขืนพลังเหนือฟิสิกส์ของธนิกแต่ยิ่งเกร็งยิ่งเจ็บปวดเพราะอำนาจไซโคไคเนซิสเมื่อใช้ควบคุมอิริยาบถก็ไม่ต่างจากขึ้นโครงเหล็กดัดกับร่างมนุษย์นั่นเองการฝืนท่าทางที่ถูกกำหนดไว้รังแต่ยิ่งทรมานในที่สุด หัวนมและหีสีคล้ำ ๆของเธอก็ถูกเผยเต็มสายตาธารกำนัล . . “ยังหรอก ยังไม่จบ” ธนิกยิ้มรำพันในใจเขาใช้พลังจิตดึงแขนฝ่ายชายที่ง่วนอยู่กับการไล่ตะครุบเสื้อผ้ากลับเข้าที่พลังรุนแรงราวกับที่แขนมีเชือกมัดติดกับรถยนต์กำลังแล่นจนเท้าของเจ้าตัวต้องก้าวตามโดยอัตโนมัติมิเช่นนั้นแขนจะขาดเอาได้สิ่งที่ธนิกทำขั้นสุดท้ายคือใช้พลังไซโคไคเนซิสตรึงให้ทั้งสองติดแนบกันโดยมีฝ่ายชายประกบหลังคล้ายกับกำลังร่วมเพศกันโครงเหล็กดัดพลังจิตนี้อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าการสั่งให้คนสังวาสกันอย่างลืมสติของเต๋อแต่สำหรับธนิกได้แค่นี้ก็นับว่าเยี่ยมแล้วเพราะพลังจิตของทั้งสองเป็นคนละสายงานกัน . . “เนี่ย พี่ เร่งหน่อยครับป่านนี้ต่อยกันรึยังไม่รู้” ชายหนุ่มที่อาสาตามรปภ.เพื่อไกล่เกลี่ยกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งซึ่งล่าช้าเพราะเมื่อครู่ติดภาระช่วยเหลือชาวต่างชาติแต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุกลับไม่มีกลิ่นของการวิวาทหลงเหลืออยู่อีกแล้ว . . . เนื่องจากตอนนี้ผู้คนให้ความสนใจกับคนโรคจิตสองคนที่แก้ผ้ายืนนาบกันกลางชานชลามากกว่าเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่บ้างก็ใจดีสู้เสื้อเกลี้ยกล่อมให้ใส่เสื้อผ้าเสียฟากตรงกันข้ามมีรถไฟฟ้าของอีกสายจอดเทียบพอดีสุภาพสตรีนางหนึ่งที่เพิ่งออกจากขบวนถึงกับตกใจจนปล่อยถุงช้อปปิ้งร่วงกราวฝรั่งนักเดินทางแบ็คแพ็คคนหนึ่งอุทานร้องถามหาพระผู้เป็นเจ้าเมื่อได้เห็นภาพอุจาดดังกล่าวไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองไม่เต็มใจกระทำเช่นนี้แรงบีบอัดจากพลังจิตของธนิกต่างหากที่ตรึงสองคนนี้ไว้ทันทีที่ขยับตัวจะเจ็บจนทนไม่ไหวสก๊อยซ์สาวได้แต่ร้องไห้สะอื้นและเอื้อนเอ่ยคำว่า“ช่วยด้วย”เบา ๆอย่างสิ้นหวังส่วนแว๊นซ์ผู้เป็นแฟนทำได้เพียงก้มหน้าหลบตามหาชนที่เดินผ่านและจ้องมองด้วยความขยะแขยงเขาไม่รู้ว่าต้องอธิบายอย่างไรจึงจะมีคนเข้าใจว่าภัยที่คุกคามพวกเขาอยู่คืออะไรกันแน่ . . “ว๊ายยยยยย!!” เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชานชลาร้องเธอรีบว. เรียกเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ มาสมทบทันทีกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปเสียแล้วเหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานีรถไฟฟ้าที่มีการดูแลอย่างเข้มงวดยังไม่ทันจะหาข้อสรุปได้รถไฟฟ้าที่รอมาเนิ่นนานก็ถึงจุดหมายเสียที . . . “คนโรคจิตน่ะครับผมเห็นตั้งแต่เค้าถอดเสื้อผ้าโชว์ บอกมีของเด็ด ๆจะให้ดู” ธนิกกล่าวกับเจ้าหน้าที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะขึ้นรถและปลดปล่อยพลังไซโคไคเนซิสคืนอิสระให้ทั้งสองทางรปภ.หาผ้ามาช่วยคลุมให้และกันตัวทั้งสองเพื่อพาไปห้องเงียบสำหรับกักตัวผู้ก่อความไม่สงบเพื่อรอดำเนินคดีตามกฎหมายฝ่ายชายก้มหน้าสลดส่วนฝ่ายหญิงยังไม่ยอมแพ้ . . . “หนูไม่ได้บ้านะพี่ อร๊ายยยยยยยยยย!!!หนูไม่ได้บ้า!!!!!!!!!!!!!!ฮืออออออ” เธอพยายามดิ้นหนีจากอ้อมแขน รปภ.จนหลุดมือและวิ่งหนีด้วยอาการคลั่งคล้ายคนขาดสติภาพสุดท้ายที่ธนิกและเหล่าผู้โดยสารที่ร่วมเป็นประจักษ์พยานได้เห็นก่อนประตูรถไฟฟ้าปิดลงก็คือเธอสะดุดล้มกลิ้งไม่เป็นท่าและรปภ.ก็ช้อนตัวเธอขึ้นมารวบได้ดังเดิมในที่สุด . . . “ได้แว่นคืนแล้วสินะครับ” ชายหนุ่มที่ออกหน้ารับแทนธนิกกล่าวทักเจ้าตัวในขบวนรถ . . . “ขอบคุณมากนะครับ ดีที่เขาคืนให้ผมเองอย่าถือสาเลยครับใครจะไปรู้ว่าสองคนนั้นสติไม่ดี” ธนิกตอบเปื้อนยิ้ม . . . “เมื่อกี้ผมเห็น. . . พี่เก่งมากเลย ทำได้ไงครับเหลือเชื่อ”ชายหนุ่มเบิกตาถามอย่างอัศจรรย์ใจรอยยิ้มบนใบหน้าธนิกหุบลงทันทีเมื่อได้ยิน . . . . . . “ทนอยู่เฉย ๆ ได้ไงอ่ะ โธ่. ..เป็นผมนะชกกันไปแล้ว ขึ้นโรงพักก็เอาเสียเงินแค่ห้าร้อย” . . . แล้วทั้งสองต่างก็หัวเราะร่วน “ไม้!” . . “ไม้!” . . “ไม้!!!” . . เต๋อในชุดนักเรียนขบฟันด้วยแรงเคียดแค้นและอุ้มซากลูกหมาเน่าอืดเขาผุดขึ้นมาจากเบื้องธรณีและจ้องมองไม้แต่ไม้หาได้กลัวไม่รีบคว้าแป๊ปเหล็กตรงเข้าไปเพื่อฟาดเต๋อ ภาพมายาที่ตามหลอกหลอน . . “แฮ่!” ซากลูกหมากลับมีชีวิตและงับแป๊ปเหล็กไว้ไม้ออกแรงเพื่อดึงอาวุธกลับแต่ไม่ทันการเต๋ออาศัยช่องโหว่นี้ล้วงมีดขึ้นมาแล้วแทงเจ้าตัวตัดขั้วหัวใจ.. . . . . “ผมรักนายได้. . .ก็ใช่ว่าจะเกลียดไม่เป็น”เต๋อพูดไว้เช่นนั้นก่อนที่ไม้จะค่อย ๆ หรี่ตาลงสิ้นใจ . . . “เฮ้ยยยยยยยยย!!” ไม้สะดุ้งตื่นขึ้นมาเขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้.. .เขาลุกลี้ลุกลนคว้าปืนหน้าไม้ข้างตัวแนบกายทันทีและสิ่งแรกที่นึกได้ก็คือโมโหแฟนที่ไม่ปฏิบัติตามที่กำชับไว้ . . . “ดาว!ไม้บอกใช่ไหมว่าให้คอยไขกุญแจเข้ามาเช็คถ้าเห็นไม้หลับให้ปลุกด้วย!จะทุบจะเอาน้ำสาดก็ได้!” เขาตะโกนลั่น . . ไร้วี่แววตอบสนองจากแฟนสาว . . “ดาว!!?” . . ผ่านไปหนึ่งนาที ไม้ลองขานเรียกอีกครั้งแต่สิ่งตอบสนองมีเพียงความว่างเปล่าเช่นเดิมเขาสังหรณ์ใจไม่สู้ดีเมื่อมองจอบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆไม่สิ. . .ความไม่ผิดปกตินี่แหละคือความผิดปกติเพราะน่าจะเห็นใครเดินไปมาอยู่ในบ้านบ้างปกติเวลานี้ตาของเขาจะนั่งชมรายการโปรดในห้องนั่งเล่นทว่าทุกห้องกลับปิดไฟมืดมันยังไม่ดึกเกินไปขนาดทุกคนจะปิดไฟเข้านอนไม้ถือหน้าไม้ปลดล็อคกลอนประตูและผลักออกเบา ๆเขาเดินเลี่ยงกับดักสัตว์ที่ตัวเองวางไว้และไล่เช็คความเรียบร้อยทีละห้องเพื่อความสะดวกต้องเริ่มจากชั้นบน. . . . . . “ไม้. . .ฮือออ” เสียงดาวสะอื้นท่ามกลางความมืดไม้รับรู้ได้แต่ยังไม่ตอบอะไรออกไปเขามั่นใจแล้วว่าภายในบ้านต้องมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาอย่างแน่นอนแต่ไม่ทันที่เขาจะได้คิดหาวิธีตอบรับสถานการณ์คับขัน. . . . . ไฟทางเดินชั้นสองก็ถูกเปิดสว่างแวบโดยเฉียบพลัน . . . “ไอ้ที่อยู่ในมือน่ะ วางลงซะ” . . . ชายแปลกหน้าคนหนึ่งใช้ปืนลูกโม่จ่อขมับดาวไว้ . . “เร็ว ๆ !ไม่เห็นเหรอว่ากูมีอีนี่เป็นตัวประกัน!”ชายปริศนาขึ้นเสียง . . “ถ้าทำตามที่กูบอกก็จะปล่อยพวกมึงไป อย่าดื้อ”เขาย้ำอีกครั้ง . . ไม้ได้ยินเสียงย่องมาจากทางข้างหลังทันใดนั้นชายปริศนาก็รีบกล่าวปราม “อย่ายิงมันไอ้จ่อย!เก็บมันไว้ก่อน!” . . “โหย นี่แม่งล่อวางกับดักในบ้านเลยเรอะพี่เกรียงดูดิอะไรจะหวงขนาดน้านนน” ชายวัยรุ่นอีกคนหนึ่งปรากฏกายพร้อมปืนพกอีกกระบอกไม้ถูกขนาบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง . . ไม้เห็นท่าไม่ดีจึงค่อย ๆ วางหน้าไม้ลงกับพื้น “ดีมากพูดกันง่าย ๆ เรื่องก็จบง่าย” เกรียงชายแปลกหน้ากล่าวอย่างพอใจบัดนี้ไม้จึงนึกออก เกรียง ชายฉกรรจ์ตัวคล้ำดำเถื่อนเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสักอายุราวสามสิบต้น ๆเป็นอันธพาลประจำตำบลที่เพิ่งออกคุกจากคดีฆ่าคนตายส่วนจ่อยอายุห่างกันไม่กี่ปีจะเรียกว่าเป็นลิ่วล้อรุ่นน้องก็ได้และไม่ต้องเดาการมาเยือนของเหี้ยสองตัวนี้เสียให้ยาก.. . . . . “มึงรู้รหัสเซฟรึเปล่า” เกรียงถามเสียงด้าน . . ไม้สั่นหัวตอบ . . “อย่าเล่นลิ้น!กูรู้ว่าพ่อมึงขุดเจอพระโบราณ!เค้าลือกันทั้งอำเภอแล้วไอ้เหี้ย!มึงรู้ใช่ไหมว่าพวกกูมาเอาอะไร ให้กูดี ๆ ซะก็จบหรืออยากเป็นผีเฝ้าสมบัติ!”เกรียงบีบร่างดาวตัวประกันให้รัดแน่นยิ่งขึ้น . . . “พ่อเอาไปขึ้นทะเบียนกับศิลปากรหมดแล้ว. . .”ฝ่ายโจรโต้ทันควัน“ไอ้สัตว์อย่าตอแหล!กูสืบมาว่าเอาไปแค่ตัวอย่าง!อย่าหัวหมอ! กูค้ายามาก่อนแค่นี้อย่านึกว่าตามไม่ทันมึง!” . . . “ให้. . .เค้า. . .ให้เค้า. . .ไปเถอะลูก. ..ตายไปก็เอาติดตัว. ..ไม่ได้” ตาพยายามเปล่งเสียงขึ้นมาจากชั้นล่าง . . “เห็นมะ ไอ้แก่นี่ฉลาดจะตาย. ..มึงไปเปิดตู้เซฟให้กูเร็ว ๆกูจะหนีไปเอาของไปทำทุนแล้วไม่กลับมาอีกกูไม่ฆ่าคนว่าง่าย ๆ หรอกนะ” เกรียงใช้ไม้อ่อนเข้าเสริมเป็นเงื่อนไขที่น่าฟังก็จริงแต่ไม้ไม่รู้จะตอบสนองความต้องการคนทั้งสองได้อย่างไรในเมื่อพ่อกับแม่ไม่เคยบอกรหัสตู้เซฟเขาเลย . . “ผมไม่รู้. . .” ทันทีที่ไม้ตอบไอ้จ่อยก็เพ่นกบาลด้วยด้ามปืนสั่งสอนจนหัวคว่ำ . . “ไงละมึง” จ่อยกระแอมหัวเราะด้วยความหมั่นไส้ทั้งสองถูกลากเข้าห้องนอนพ่อกับแม่ไม้ที่มีตู้เซฟอยู่ส่วนคุณตาถูกอุ้มจากรถเข็นให้อยู่มารวมตัวอยู่ในห้องเดียวกันเพื่อสะดวกแก่การควบคุมทุกคนถูกพันธนาการมัดข้อเท้ามัดมือไพล่หลังและใช้เทปกาวปิดปากยกเว้นไม้ที่คู่หูโจรยังต้องการพูดคุยด้วยจึงได้รับการยกเว้นในส่วนปากและข้อเท้า . . “บอกรหัสเซฟมา” เกรียงสั่งห้วน . . “ผมไม่รู้จริง ๆ พ่อกับแม่ไม่เคยบอกผมเลย”ไม้ตอบเสียงนิ่งเขายอมรับว่ากลัวมากแต่จะให้คนอย่างเขาฟูมฟายร้องขอชีวิตเห็นจะยากไม้พยายามวางท่าทีให้นิ่งที่สุดจะด้วยศักดิ์ศรีหรือนิสัยก็สุดแล้วแต่จะคิดส่วนจ่อยนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่เอาจริงเอาจังกับภารกิจเท่าโจรผู้พี่เขาเปิดแอร์เย็นฉ่ำและเดินสำรวจตู้โชว์กระจก ท่าทางจ่อยจะสนใจเหล้านอกเป็นพิเศษ . . “ไอ้จ่อย อย่านอกเรื่อง” เกรียงค้าน“ขอนิดเดียวน่าพี่” จ่อยเปิดตู้คว้าบรั่นดีรินใส่แก้วอย่างไม่เกรงใจที่จริงจะเรียกว่าไม่เกรงใจก็คงไม่เหมาะนักในเมื่อเรื่องใหญ่กว่าคือขณะนี้พวกมันกำลังปล้นทรัพย์ . . “มึงลองนึกดูวันเดือนปีเกิดของมึงหรือของพ่อแม่มึงก็ได้เลขสำคัญจำง่าย ๆ น่ะ” เกรียงใช้ปืนตบแก้มไม้เบาๆกระตุ้นให้ใช้ความคิดมากกว่าความกลัว . . จนแล้วจนรอดผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีไม้ก็ยังไม่สามารถนึกตัวเลขที่ใช้กับตู้นิรภัยได้สำเร็จจ่อยยื่นแก้วบรั่นดีแสดงน้ำใจให้รุ่นพี่สองโจรหัวเสียร่ำบรั่นดีดีกรีร้อนดื่มฆ่าเวลาเพื่อหวังจะคลายความหงุดหงิดแต่กลับให้ผลตรงกันข้ามฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้พวกมันอารมณ์ร้อนและหงุดหงิดยิ่งขึ้นเมื่อยังไม่มีทีท่าว่าไม้จะบอกรหัสที่ถูกต้องได้เลยกระทั่งวันแต่งงานของพ่อแม่หรือแม้ขุดวันตายวันเผาผีโคตรเหง้าศักราชนับลงไปสองสามรุ่นก็ยังไม่ได้ผลสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อต่อสายเพื่อโทรถามรหัสจากพ่อแม่แต่ทั้งคู่กลับติดต่อไม่ได้ . . . ฤทธิ์สุราเริ่มทำหน้าที่ของมันจ่อยเป็นคนแรกที่เริ่มหันเหจากภารกิจหลักเขารู้สึกรุ่มร้อนและคุกรุ่นไปด้วยความอัดอั้นจนยากบรรยายสายตาของเขาจับจ้องไปที่ขาอ่อนของดาวอย่างไม่สำรวมไม่ต้องเดาต่อ. . .จ่อยเอื้อมมือไล้เรียวขาคู่นั้นเธอดิ้นหนีมือปลาหมึกขณะที่คุณตาทำได้เพียงส่ายหัวขอร้องให้เลิกล้มความคิดชาติชั่วเช่นนั้นเสีย . . “เฮ้ย! หยุด!” ไม้ร้องปราม“จะทำไมกู!” จ่อยยกปืนขึ้นเล็งแต่เกรียงหันปืนไปทางจ่อยแทน . . “อย่าทำเสียเรื่อง” เพียงลูกพี่พูดสั้นๆก็ทำให้จ่อยเบาโทสะลงได้กระนั้นก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดเขาอ้อนลูกพี่เหมือนหมาเลียขาเจ้านาย “พี่เกรียงขอผมเถอะอยากมานานแล้ว อยากเด้าหี” มันพูดตรง ๆ อย่างหน้าไม่อาย . . “อย่านะ ให้ผมทำอะไรก็ได้ ปล่อยแฟนผมไป” ไม้แทรกขึ้นสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือเกิดการยิงกันขึ้นซ้ำร้ายบ้านไร่ปลีกวิเวกลักษณะนี้ยังทิ้งระยะห่างเหินจากชุมชนหลักพูดง่ายๆก็คือหากมีการพลาดพลั้งฆ่าแกงกันขึ้นมาจะไม่มีคนนอกได้ยินเสียงปืนหรือให้ความช่วยเหลือใดๆเลย . . ยามนี้หากเปรียบเปรยว่าอยู่ในชั้นศาลตุลาการผู้มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณาก็คงหนีไม่พ้นไอ้เกรียงมันรับฟังอย่างใจเย็นขณะเดียวกันคำพูดของจ่อยก็สะท้อนซ้ำในหัว “อยากมานานแล้ว... อยากมานานแล้ว. . .” เกรียงนึกถึงสมัยติดคุกที่ต้องหาทางระบายกับผู้ชายด้วยกันฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาร้อนกายเช่นกันแต่แทนที่จะมองหาตัวประกันสาวเกรียงกลับจ้องท่อนขาแซมขนหน้าแข้งบางๆมันพยายามมองลอดผ่านกางเกงบอลขาสั้นสีดำตัดกับขาขาว ๆ ของไม้เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงเค้าลางความวิปริตที่กำลังจะเกิดขึ้น.. .แต่เรื่องเช่นนี้ไม่สามารถชิงพูดขึ้นอย่างพลีพลาม . . “ไอ้หนุ่ม. . .” เกรียงใช้ปืนลูบแก้มไม้“มึงยอมให้กูอัดตูดแทนแฟนมึงได้ไหมล่ะ” มันยื่นข้อเสนอการเจรจาทุกถ้อยเบานุ่มดังกว่าเสียงกระซิบเพียงนิด . . ไม้สัมผัสได้ถึงความเย็นของโลหะที่นาบติดหน้าขณะเดียวกันก็เย็นวาบกลางสันหลังเมื่อสิ่งที่ตนคิดกำลังจะกลายเป็นจริง . . ไม่รู้ว่าสิ่งใดดลใจให้ไม้กัดฟันพยักหน้าตอบรับเกรียงตอบสนองทันที“ไอ้จ่อยมึงห้ามแตะผู้หญิงเงี่ยนนักชักว่าวไปแล้วดูกูนี่” ไอ้จ่อยที่มึนๆ งง ๆตามไม่ค่อยทันเพิ่งเข้าใจแล้วเขาเดาได้ทันทีว่าลูกพี่ต้องการรื้อฟื้นความหลังครั้งยังเป็นน.ช.ขาใหญ่ยามนั้นมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีมากมายคอยปรนเปรอแลกกับการให้ความคุ้มครองหลายรายให้เทียบกับผู้หญิงขี้เหร่แล้วยังดูน่ากระตุ้นอารมณ์มากกว่าเสียด้วยซ้ำและถ้าจะให้ล้วงลึกไปกว่านั้นแม้แต่ไอ้จ่อยเองก็เคยเสียตูดให้ไอ้เกรียงเปิดซิงเพื่อฝากตัวเป็นเด็กในสังกัดเช่นกันติดเพียงแค่ไอ้จ่อยรู้ใจลูกพี่แต่หน้าตาไม่เอาถ่านไม่นานความสัมพันธ์ทั้งสองจึงกลายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโดยปกติอย่างที่เห็นจะว่าหลับตาข้างเดียวทำลืมว่าเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ก็ได้ . . ไอ้จ่อยพิศวาสความเป็นชายน้อยกว่าลูกพี่มันมากนักอาจเพราะไม่ได้ผ่านการทะลวงตูดคนอื่นจนติดใจแต่ลูกพี่มันนั้นเกินขอบเขตที่จะมาแบ่งแยกว่าเป็นผู้ชายเกย์ หรือไบไปแล้วมันเป็นยิ่งกว่านั้น มันกลายเป็นปิศาจหื่นกามเต็มตัวขอให้มีรูให้สอดและถูกใจ ไม่ว่าเพศไหนไอ้เกรียงเอาได้หมดโดยไม่เลือกทั้งเพศและวัย . . ไอ้เกรียงลุกขึ้นปลดกระดุมกางเกงลายทหารลงและถอดเสื้อเหลือกางเกงในขึ้นราสีตุ่นๆเพียงตัวเดียวเป็นธรรมชาติของคนคุกที่สามารถเอาผู้ชายด้วยกันต่อหน้าผู้อื่นได้อย่างหน้าด้านแต่คงไม่เหมาะสำหรับโลกภายนอกกระนั้นมันไอ้เกรียงก็ไม่ใส่ใจดาวที่ดีดตัวไปมาเพื่อแสดงอาการต่อต้านหรือแววตาวิงวอนจากคุณตาที่บัดนี้นึกสาปแช่งตนเองที่ไม่สามารถช่วยลูกหลานได้เลยไอ้จ่อยรินบรั่นดีเพิ่มส่งให้โจรผู้พี่เพิ่มความฮึกเหิมพร้อมเล็งกระบอกปืนยังตัวประกันทั้งสองเพื่อคุมเชิง . . . “อมควยกูสิ” เกรียงพูดไม้มองหน้าด้วยแววตาเหมือนเด็กประถมเพิ่งได้ยินครูสั่งการบ้านแคลคูลัสขั้นสูง“เร็ว ๆ ไอ้สัตว์!” มันยกแก้วบรั่นดีกระดกอย่างสำราญมืออีกข้างยังถือปืนไว้“เตือนไว้ก่อนว่าอย่าให้กูปืนลั่นแค่นี้มึงน่าจะเข้าใจ” . . . ไอ้เกรียงใช้มือกดหัวไม้ให้แนบกับเป้ากางเกงในที่ทั้งเก่ามีราขึ้นเป็นจุดๆ และสกปรก กลิ่นฉุนเยี่ยวกลิ่นหมักหมมเหงื่อไคลกลิ่นสาบควยทำเอาไม้ถึงกับเบนหน้าหนี . . . k( g/ X$ \5 o$ Y9 k" z; n6 m
. . “เลียดิ” มันใช้ปืนตบหลังเสริมคำสั่งเบา ๆ ไม้กล้ำกลืนฝืนทนงับเป้าเบา ๆ อย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก ทว่าไอ้เกรียงกลับพอใจเป็นที่สุด ที่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ให้เด็กผู้ชายยอมอมควยเป็นครั้งแรกหลังพ้นโทษ ปากของเด็กหนุ่มรับรู้ได้ว่าแก่นกายของจอมโจรค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นด้วยความหงี่ . . . “งัดออกมาอมสิ ทำดี ๆ อย่าให้โดนฟันนะมึง” ไม้ชะงักราวกับถูกแช่แข็ง แต่ไอ้เกรียงติดไฟเงี่ยนแล้วย่อมไม่ต้องการความล่าช้า มันงัดควยออกมาเองจากด้านข้างกางเกงในและดีดผึงตีจมูกไม้ ท่อนเอ็นลำคล้ำขนาดใหญ่ระดับพ่อพันธุ์และเส้นเลือดปูนโปนประดับรอบอาจเป็นที่ต้องตาต้องใจของกะหรี่ร่าน แต่ไม่ใช่กับชายแท้แน่ ๆ ดาวร้องไห้เมื่อเห็นชะตากรรมเลวร้ายของแฟนหนุ่มต่อหน้า ส่วนคุณตาหลับตาสะอื้นไห้เงียบ ๆ เพราะถึงขั้นนี้ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไรแล้ว . . ไม้ฝืนใจอมควยให้ผู้ชายด้วยกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา กลิ่นขี้เปียกเหม็นอับจากควยโจรเหี้ยม ส่งผลให้สะอิดสะเอียนจนอยากขย้อนอาเจียน แม้มันตีย้อนขึ้นมาถึงคอ แต่ไม้ก็กลืนกลับลงไปด้วยกลัวว่าหากอาเจียนออกมาจริง ๆ อีกฝ่ายอาจสิ้นความปราณี ท่อนเอ็นขยายตัวเต็มที่อัดแน่นคับปากเด็กหนุ่ม . . . “ดีมาก ๆ อย่างนั้น อา” ไอ้เกรียงกล่าวชมเชย เมื่อไม้อมควยให้ได้สักระยะ มันก็ถอดกางเกงในสีน้ำเงินตัวเก่งออก คำสั่งต่อไปนั้นน่าใจหายกว่าหนแรกยิ่งนัก มันกำลังจะเอากลยุทธ์ในมุ้งขณะอยู่ในคุกมาใช้กับเด็กหนุ่มผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ “ชอบเลียหีแฟนไหม” เกรียงถาม แน่นอน คำถามกระดากๆ อย่างนี้ไม้คงไม่อาจตอบได้แม้ต่อให้พยักหน้าหรือส่ายหัว . . “เลียตูดกูเร็ว ทำเหมือนกับตอนเลียให้เมียมึง เร็ว ๆ” เห็นได้ว่าไอ้เกรียงนั้นชักได้คืบเอาศอก อันที่จริงความสนุกของมันอยู่ตรงที่การได้ทำลายความบริสุทธิ์ของผู้ชายแท้ด้วยกันทีละนิด ๆ มันรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะ ในชีวิตของมันเป็นผู้แพ้มาตลอด สอบตก โดนไล่ออก ไม่มีใครรับเข้าทำงาน คนในสังคมต่างหากที่ผิดที่ไม่ให้โอกาสมันได้มีความสุขกับความภาคภูมิใจบ้างเลย คนอย่างพ่อแม่ไม้ผิดที่มีบ้านอันอบอุ่น มีการงานดี คนอย่างไม้ผิดที่เกิดมาหน้าตาแจ่มใสผุดผ่อง อยู่ในวัยร่าเริง ได้รับโอกาสทางการศึกษา และนี่คือผลิตผลแห่งความแค้นที่มีต่อสังคมและความบิดเบี้ยวในใจโจรโฉดผู้นี้ . . . ไม้ทำตามคำสั่งโดยดี สิ่งเดียวที่ทำให้เขายอมถูกหลู่เกียรติได้ถึงเพียงนี้คือความปลอดภัยของแฟนสาวและคุณตาผู้มีพระคุณเท่านั้น เขาไม่นึกพิศวาสหรือมีอารมณ์ร่วมเลยแม้เพียงเสี้ยวความคิด ด่านแรกที่ไม้ต้องเผชิญคือขนตูดกดดำที่กักเก็บกลิ่นอับคาวไว้เต็มทุกเส้น เขาใช้ลิ้นเลียรอบ ๆ รูดาก แต่แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจไอ้เกรียงใช้ปืนจ่อและสั่งให้แยงลิ้นลงรูตูดลึก ๆ ซึ่งไม้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามต่อไป รสสัมผัสและกลิ่นนั้นช่างเหม็นคาวฉุนแทบสำลัก รอยจีบรูดากไอ้เกรียงขมิบหุบ ๆ บาน ๆ ด้วยความเสียวซ่านทุกครั้งที่ลิ้นของเด็กหนุ่มแทงลึก จนควยของมันบวมเป่งพร้อมออกศึกเต็มพิกัด . . . สิ้นสุดความอดกลั้นความหงี่. . .ไอ้เกรียงเป็นฝ่ายกระชากไม้กดลงกับเตียงในท่าหงาย มันฉีกกระชากเสื้อยืดขาวบางออกอย่างหื่นกระหาย มันไซร้ตามลำคอเด็กหนุ่มและดูดเป็นรอยจ้ำราวกับต้องการสูบพลังชีวิต หัวนมสีน้ำตาลนวลอ่อนถูกดูดอย่างไร้ความปราณี ไม้ได้แต่หลับตาข่มความเจ็บแค้น เขาทราบดีว่าอีกไม่กี่อึดใจตนเองจะต้องพบกับรอยแผลที่ไม่อาจลืมเลือน ร่างกายแน่นและขาวเนียนเปี่ยมด้วยพลังชีวิตแห่งวัยหนุ่มหอมหวานของไม้นั้น แม้แต่ผู้ชายด้วยกันหลายคนยังต้องอิจฉา และอดีตนักโทษติดคุกอย่างไอ้จ่อย หากถูกเห็นจัง ๆ แบบนี้ก็ไม่ต่างจากการสะกดจิตให้ลืมอุดมการณ์เซ็กส์ต่างเพศชั่วคราว แม้ไอ้จ่อยไม่ฝักใฝ่ผู้ชายเท่าใดนัก ยังถึงกับทนไม่ไหวต้องงัดควยออกมาชักว่าวตาม ส่วนตัวประกันทั้งดาวและคุณตาปิดตาร้องไห้ พวกเขาไม่สามารถทนมองความเลวบัดซบได้มากไปกว่านี้แล้ว . . . ไอ้เกรียงพยายามเล้าโลมให้ไม้มีอารมณ์ร่วม แต่ไม้ไม่เกิดอาการแข็งตัวแม้แต่น้อย บัดนี้ไอ้เกรียงสติผิดเพี้ยนไปจากเดิมแล้ว โดยมีบรั่นดีเป็นเครื่องช่วยให้ปลดเปลื้องอารมณ์แฟนตาซีสุดเหวี่ยง มันมองเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ต่างจากสาวพรหมจรรย์คนหนึ่งที่กำลังจะถูกขยี้ความบริสุทธิ์ ไอ้เกรียงกระชากกางเกงบอลของไม้ออกมา เผยให้เห็นกางเกงในสีน้ำเงินเข้มตราเจเพรสที่วัยรุ่นนิยมใส่กัน . . . “เกงในเท่นะมึง ดีแล้วแมน ๆ แบบนี้กูชอบ มันส์กว่าเย็ดตูดตุ๊ดเยอะเลยว่ะ” ไอ้เกรียงจับไม้ยกขาขึ้นและแหวกตะเข็บกางเกงในส่วนใต้ไข่ออกด้านข้างเพื่อสำรวจซอกถ้ำลับ ไม้เป็นคนไม่มีขนตูดสักเส้นให้รำคาญใจ ซ้ำรอยจีบตูดยังมีสีชมพูสด ในมุมมองของเหี้ยตัวพ่อที่คลำแล้วไม่มีหางก็เย็ดได้หมดอย่างมัน รูที่ยังคงความสดสะอาดนี้มีค่าไม่ต่างจากเปิดซิงหญิงสาว และมันมั่นใจว่าเด็กหนุ่มลักษณะอย่างไม้ย่อมไม่เคยผ่านควยใครมาก่อน ยิ่งทำให้มันอารมณ์กระเจิดกระเจิงขึ้นไปอีก . . . มันลงลิ้นกับรูตูดไม้ราวตายอดตายอยาก จินตนาการว่าได้เลียหีเด็กสาวมหาลัย มันแหวกรูตูดไม้ให้ขยายและแยงลิ้นลงลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้โดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อย ไอ้เกรียงจะไม่ทำแบบนี้ให้หากไม่ใช่เด็กหนุ่มหน้าตาผิวพรรณดี แต่จะลำเลิกว่าเป็นอภิสิทธิ์ที่ไม้ได้รับก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะเจ้าตัวไม่เต็มใจและจนป่านนี้ยังไม่มีอารมณ์ร่วมใด ๆ เขาทำได้เพียงหลับตาขอให้ช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ผ่านไปโดยเร็วที่สุด สลับกับลืมตาขึ้นมาดูแฟนสาวและตาเป็นระยะ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากเห็นไอ้จ่อยถอดกางเกงชักว่าวตาม . . . กางเกงในถูกรูดออกพ้นตัว ไม้ยังคงหลับตาอดทนโดยไม่ปริบ่นใด ๆ เขายังเชื่อมั่นว่าการเสียสละของเขาจะนำพาให้ทุกคนรอดชีวิตได้ในท้ายที่สุด แต่ขณะที่วาดภาพอย่างมีความหวัง ความเจ็บปวดก็ระดมพุ่งเข้าใส่อย่างเต็มเหนี่ยวราวกับถูกโจมตีด้วยเหล็กไนผึ้งยักษ์ . . . “!!!” ไม้ยังไม่ยอมเสียเชิงชายง่าย แม้กายจะเสียหายไปแล้ว แต่ใจยังมั่นอยู่ เขาไม่ร้องขอความเมตตาให้ผ่อนแรงหรือโอดครวญใด ๆ แม้ต่อให้ไม่มีดาวอยู่ในที่นี้ เขาก็จะไม่มีวันกระทำการใด ๆ ให้เป็นที่สมเพชทั้งตนเองและผู้ทำร้ายเขา . . . “สัตว์! อาหห์ ตูดแม่ง. . .” เกรียงอุทานด้วยความสุขเปี่ยมล้นจนอยากจะสรรหาคำพูดอธิบาย ท่อนควยสด ๆ ปราศจากถุงยางที่รุกล้ำมิดด้ามจนเข้าไปถึงกลางกายเด็กหนุ่มช่วยให้ไอ้เกรียงนึกโอนอ่อนขึ้นมาบ้าง ขยายความก็คือใบหน้าอันเหลาหล่อ ความกระชับของรูตูดที่เสียความเป็นชายให้กับมันเป็นคนแรก และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไม้ ทำให้ไอ้เกรียงเอ็นดูอยากได้ไม้เป็นเมียขึ้นมา แม้จะชั่วคราวก็ยังดีเพื่อช่วยเสริมอรรถรสเติมเต็มให้ความเงี่ยนของมันพุ่งกระฉูดสุดปรอท . . . “เรียกกูว่าผัวสิ แล้วกูจะทำมึงไม่แรง” มันโน้มตัวลงกระซิบข้อเสนอ บั้นเอวก็เริ่มซอยไปด้วย ในฐานะนักเลงทำให้มันตีค่าคนอย่างไม้ว่าเป็นคนจริง ดื้อดึงดัน และไม่เอาตัวรอดประจบประแจง มันดูออกว่าไม้ยอมทำตามที่มันสั่งเพราะเห็นแก่คนอื่นไม่ใช่ตัวเอง ถ้ามันบุกเข้าเจอไม้คนเดียว เชื่อขนมกินเลยว่าไม้จะยอมให้มันยิงตายดีกว่ายอมอมควยดูดตูดหรือนอนให้มันเย็ด ไอ้เกรียงรู้สึกถูกชะตาเด็กหนุ่มก็ตรงนี้ ในใจนึกเสียดาย หากได้พบกันในคุกมันจะเลี้ยงดูปูเสื่อต่างเมียอย่างดี ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อาจยกให้เป็นมือขวาแทนไอ้จ่อยจอมตลบแตลงเสียด้วยซ้ำ . . . แต่คนอย่างไม้ ต่อให้เลือดออกตูดก็ยังดีกว่าเสียศักดิ์ศรีให้กับเดนคนเช่นไอ้เกรียง . . . “ใบ้แดกเรอะ กูสั่งให้เรียกผัว ผัวจ๋า ผัวจ๋า ทำให้กูเอ็นดูหน่อย!” มันใช้ปืนตบหน้าไม้เบา ๆ เพื่อขู่ แต่ความทรนงของเด็กหนุ่มก็ไม่สั่นคลอนแม้เพียงนิด ไม้กัดฟันกรอด ใบหน้าเหยเกกดกลั้นความเจ็บปวด . . . “ดี. . .ใจเด็ดแบบมึงกูชอบ งั้นกูไม่สนแล้วนะ” ไอ้เกรียงซอยสุดแรงเย็ด ก่อนเข้าคุกมันก็เป็นนักฟุตบอลแม้จะเสพยาไปด้วย ทำให้แรงดีไม่มีตก เหงื่อไคลอาบร่างไอ้เกรียงจนตัวมันเลื่อมเห็นความแข็งแกร่งของมัดกล้ามและรอยสักชัดเจน หยาดเหงื่อบางเม็ดไหลหยดกระทบตามใบหน้าและลำตัวเด็กหนุ่ม ไอ้จ่อยก้มมองลอดหว่างขารุ่นพี่ เมื่อถุงกระโปกใหญ่ย้อยเป็นไข่เป็ดของไอ้เกรียงตีกระทบตูดขาว ๆ ของไม้เป็นจังหวะแล้วก็ชักจะเริ่มอดรนทนไม่ไหว ไม่ยุติธรรมเลยที่มันต้องนั่งชักว่าวดูอยู่คนเดียว มันพุ่งเข้าหาดาวจับถกกระโปรงและสอดควยใส่ทันที แม้ดาวดิ้นหนีแต่ก็ถูกกดไว้ให้อยู่กับที่ ส่วนคุณตาจิตใจชอกช้ำจนหมดสติไปแล้ว . . ไม้อยู่ในสภาพถูกกระทำอย่างไม่หยุดหย่อน กระนั้นก็ยังไม่เลิกเป็นห่วงแฟน เขามองเห็นว่าไอ้จ่อยทำผิดสัญญาที่ตกลงกับพี่มันไว้ “หยุด! ก่อน! อ. . .ไอ้สัตว์! อย่า. . .ทำแฟนกู!” เขาพยายามพูดเสียงกระเส่าไม่เป็นภาษาเพราะแรงกระแทกที่ส่งมารัวไม่ยั้ง แต่เสียงส่งไปไม่ถึงไอ้เกรียง ความเมาบวกกับการที่ใจมันจดจ่อกับความหฤหรรษ์ที่ได้ชำเราเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักน่าชังลดทอนการรับรู้ของโจรผู้พี่ มันไม่คิดอื่นใดนอกจากจะจับไอ้ไม้จอมดื้อเป็นเมียให้สมใจอยาก มันเพ่งมองลำควยสีน้ำตาลคล้ำรูดเข้าออกตัดกับรูตูดชมพูอมแดงของไม้อย่างระเริงในอารมณ์ . . . “โทษนะเว้ย ไม่มีสัจจะในหมู่โจรว่ะ” ไอ้จ่อยแลบลิ้นเยาะเย้ย ยิ่งเห็นว่าลูกพี่มันกำลังเพลินจนไม่ได้ฟังที่ไอ้ไม้ขอร้องมันยิ่งสะใจ . . . “ดาว!!” ใจของไม้แหลกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อพบว่าตนไม่สามารถปกป้องคนรักได้แม้จะเอาตัวเข้าแลกขนาดนี้แล้ว ทุกอย่างกลับพังทลายเพราะจิ้งจอกตระบัดสัตย์อย่างไอ้จ่อย . . . ทางด้านไอ้เกรียงยังคงอัดพลังแรงม้าเข้าใส่ลำตัวหนุ่มไม้อย่างเด็ดเดือด เสียงเนื้อต้นขากระทบดัง ตั่บ ๆ ๆและท้ายที่สุด บทรักอันพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายก็สิ้นสุดลง “โอ๊วววว!!!” ไอ้เกรียงกระทุ้งรักทิ้งทวนเป็นครั้งสุดท้าย มันเกร็งร่างกระตุกและฉีดน้ำเชื้อชั่วช้าเข้าร่างหนุ่มทลายความบริสุทธิ์ทางประตูหลังอย่างราบคาบ มีลูกกี่ตัวมันมอบให้หมดตัวไม่มีกั๊กจริง ๆ แม้ไม้จะถูกตีตราว่าเปื้อนราคีคาวจากชายด้วยกัน แต่สำหรับไอ้เกรียงมันคือความภูมิใจระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้ไม้มาเป็นเมีย . . . ไม่นานนักไอ้จ่อยก็น้ำแตกคาหีดาวตามติดกัน ชายทั้งสามเหนื่อยหอบแฮ่ก น้ำตาลูกผู้ชายรินไหลเบา ๆ หาใช่เพราะที่ตนเองประสบเคราะห์กรรม แต่หากเพราะเขาตัดสินใจผิดจนแฟนต้องพบกับฝันร้ายเช่นนี้ บางทีอาจผิดตั้งแต่ยอมทิ้งหน้าไม้ล่าสัตว์ไปแล้ว รู้แบบนี้ฆ่ากันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเสียคงดีกว่า . . . ไอ้เกรียงลุกขึ้นใส่กางเกงในตัวเดิมกลับเข้าตัวอย่างทะมัดทะแมง ขณะที่ไม้นอนแผ่หงายเปลือยน้ำตาไหลเงียบ ๆ ดู ๆ ไปแล้วช่างคล้ายฉากบางฉากในละครแนวประโลมโลกย์ หลังนางเอกพลาดพลั้งเสียสาวโดยไม่เต็มใจ ไอ้เกรียงเห็นเช่นนั้นก็ไม่ดูดาย อย่างที่ย้ำนักหนาว่ามันถูกชะตาเด็กหนุ่มคนนี้ เดิมทีต่อให้ได้สมบัติมันก็คิดจะฆ่าปิดปากยกครัว แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนใจแล้ว ไม้สามารถพิสูจน์ตนเองจนแม้แต่คนเลวสายเลือดโจรอย่างไอ้เกรียงยังยอมรับ ไม้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัวซึ่งหาได้ยากในสมัยนี้ที่มีแต่คนเห็นแก่ตัวเองเพื่อเอาตัวรอด พูดให้กระชับก็คือ ไอ้เกรียงฆ่าเด็กคนนี้ไม่ลง ในโลกนี้มีคนที่เขาสมควรฆ่ากว่าไม้อีกมากนัก . . . “ไอ้หนุ่ม. . .ฟังกูให้ดี กูจะปล่อยพวกมึง อย่าตุกติก มึงเปิดเซฟไม่ได้ก็ไม่ต้องเปิด กูไม่อยากได้ของแล้ว แต่กูขออีกแค่อย่างเดียวแล้วพวกมึงจะเป็นอิสระ. . .” เกรียงกระซิบข้างหูไม้ จงใจทำเพื่อไม่ให้เข้าหูไอ้จ่อย . . . “มึงชื่ออะไร ชื่อเล่นมึงนี่ล่ะ” เกรียงถาม . . . “. . .ไม้” เด็กหนุ่มกลั้นใจตอบทั้งที่เนื้อตัวระบมช้ำจนเรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ . . “ชื่อไทยบ้านดี เหมาะกับคนไม่มีจริตอย่างมึง กูจะจำมึงไว้” จอมโจรลูบหัวอย่างเอ็นดู . . . เนื่องจากสูญเสียพลังงานจนหมดตัวไปกับเกมรักเฉียบพลัน ไอ้เกรียงเกิดท้องกิ่วแสบไส้ มันประกาศว่าจะขอลงไปรื้อครัวหาของกินรองท้องและจะรีบกลับไปทันทีที่เสร็จธุระ ขอให้ตัวประกันทุกคนอยู่เฉยอย่าตุกติก โดยมันสั่งให้ไอ้จ่อยยืนคุมคนทั้งสามอีกเพื่อความมั่นใจ ลั่นวาจาเสร็จมันก็เดินนุ่งกางเกงในตัวเดียวโทง ๆ ออกไปจากห้องอย่างผ่อนคลายอย่างกับเป็นบ้านตัวเอง . . . ระหว่างที่ไอ้เกรียงลงไปหาเสบียงใส่ปากท้อง ไม้รวบแรงกำลังเท่าที่เหลืออยู่ลุกขึ้นเดินไปหาดาวที่ยังนอนร้องไห้ ปากถูกปิดสนิทด้วยเทปกาว โดยมีไอ้จ่อยยืนคุมเชิง . . “ดาว ไม่เป็นไรนะ. . . เดี๋ยวมันก็จบ” ไม้พยายามให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มแม้มันจะเจือด้วยพิษความเจ็บปวด . . “เมียมึงหีเหม็นว่ะ แม่งเหม็นคาวปลา กลิ่นติดควยกูเลย ผู้หญิงอะไรแม่งเหี้ยสัด ยังกะเอาหีกะหรี่” จ่อยพูดด้วยน้ำเสียงเชิญชวนให้ทะเลาะ เดิมทีนิสัยก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกับคนไร้ทางสู้ . . . “เอ้อ ให้เมียแดกยาคุมด้วยนะ ปล่อยให้ท้องแล้วลูกออกมาหน้าเหมือนกูจะหาว่าไม่เตือน” จอมโจรลิ่วล้อเสียดสีติดตลก และทำให้ไม้ขาดสติทันใด . . . “ไอ้!” “เหี้ยยยยยยยยยยย!” . . เนื่องจากไม้ถูกมัดแค่มือจุดเดียว จึงวิ่งพุ่งใส่ไอ้จ่อยได้เหมือนวัวกระทิงดุ แต่ไอ้จ๋อยรอนาทีนี้มานานแล้ว มันหมั่นไส้คนอย่างไม้ที่ยังคงความทรนงได้แม้อยู่ในจุดตกต่ำที่สุด การยั่วให้ลุแก่โทสะนี้เป็นฉากปูทางให้ไอ้จ่อยหาข้ออ้างสำหรับ “ฆ่า” เมื่อพ้นสายตาลูกพี่มัน ใครจะคุ้มกะลาหัวไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ คนสนิทอย่างมันมีหรือจะดูไม่ออกว่าลูกพี่เจอคนจริงเข้าจึงใจอ่อน แต่สำหรับมัน ของที่ยิ่งสูงส่งยิ่งควรฆ่าแก่การทำลายล้าง . . . “แหะ ๆ ๆ” จ่อยหัวเราะยียวนราวกับกำลังเล่นเกมเพื่อความบันเทิง มันใช้ด้ามปืนตบหัวไม้ เมื่องอตัวลงจึงเตะหลังเข่าให้ทรุดลง ตามด้วยชกลิ้นปี่อัดท้องอีกสามสี่ทีเพื่อความแน่ใจว่าไม้จะหมดพิษสง ดาวได้แต่ส่งสายตาขอร้องราวกับอยากพูดว่า “ฆ่าฉันแทนเถอะ” . . . “ยิงตายสบายเกินไป เปลืองลูกตะกั่วอีก กูอยากเห็นมึงทุรนทุรายว่ะ” ไอ้จ่อยลากไม้เข้าห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนนั้น มันเปิดฝาถังน้ำขนาดใหญ่สำหรับสำรองน้ำอาบออกมา และจับไม้กดหัวลงไป ไม้พยายามกลั้นหายใจใต้น้ำให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขีดจำกัดของมนุษย์ย่อมมีขอบเขต ไม่เกินครึ่งนาทีอากาศที่สะสมไว้ก็เริ่มหมดลง . . . “ดิ้นดิ ดิ้นให้ดูดิ๊” จ่อยหัวเราะคิกคัก ทฤษฎีของมันคือไม่มีมนุษย์คนใดบนโลกที่ยังเต๊ะจุ๊ยตีหน้าพระเอกได้เมื่อขาดอากาศหายใจ และนี่คือเหตุผลที่มันไม่ใช้ลูกปืน . . . “อ๊อกกกกก” ไม้เริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะและสำลักน้ำ จ่อยพอใจที่เห็นแขนขาของเหยื่อเกร็งกระตุก มันกระชากหัวขึ้นมาให้ไม้ได้หายใจอีกแล้วจับกดลงไปอีกรอบ เด็กหนุ่มดิ้นรนด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ลำพังขันติไม่อาจต้านพิษสงความทรมานนี้ได้เลย . . . “สงสารมึงว่ะ” จ่อยกระชากหัวป้อนอากาศอีกครั้งหนึ่ง
0 C9 m9 ?2 [, E8 |8 Z“กูก็ขี้เกียจเล่นล่ะ รอบนี้เที่ยวสุดท้าย บายเว้ยไอ้หน้าหล่อ” ครั้งนี้มันจับกดหัวลงลึกที่สุดและออกแรงกดไว้ไม่ให้โงหัวขึ้นมาได้อีก ขีดจำกัดของไม้อ่อนลงทุกที . . . ทุกที . . . เสี้ยวนาทีก่อนขาดใจ เขามองเห็นภาพลูกหมาตกน้ำและร้องสุดเสียงเพื่อเอาตัวรอด . . . . “นี่เป็น. . .เวรกรรม. . . งั้นหรือ. . .?” จิตสำนึกของเด็กหนุ่มพูดกับตัวเอง . . . “ถ้าเป็นอย่างนั้น. . .ก็เอาเถอะ. . .ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ. . .” . . . . . . . . ไม้ลืมตาตื่นขึ้นมากลางป่า บรรยากาศไม่ใช่บนโลกที่คุ้นเคย ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สีหม่นเหลือใบทิ้งคาต้นเพียงเล็กน้อย ผืนดินเต็มไปด้วยเศษใบไม้ราวกับเป็นฤดูใบไม้ร่วง เพียงแต่ ต้นไม้ใบหญ้ามีสีโทนน้ำเงินแกมเทา . . . เมื่อแหงนมองฟ้า. . . ปราศจากดวงอาทิตย์ กระทั่งดวงจันทร์ ที่นี่เป็นเสมือนสถานที่อยู่ในกาลอวกาศลี้ลับ . . . . เมื่อไม้ก้มมองสำรวจตนเอง พบว่ามีเสื้อผ้าใส่อยู่ครบ ชุดเดียวกับที่เขานุ่งก่อนถูกข่มขืน . . “งี๊ด~” เสียงร้องแว่วมาจากที่แห่งหนึ่ง เด็กหนุ่มเอียงหูฟังหาต้นตอ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องลงแรง เจ้าของเสียงเดินเหยียบกองใบไม้แห้งเสียงดังกรอบแกรบโผล่มาเอง ราวกับมันต่างหากที่เป็นฝ่ายรอคอย . . มันคือลูกสุนัขตัวที่เต๋อเคยเลี้ยงนั่นเอง ไม้ยังจำได้ดี . . . “แก. . .เองสินะ. . .” ไม้พูดกับลูกหมา . . แต่มันพยักหน้าตอบสองครั้ง เหมือนกับว่ามันเข้าใจสิ่งที่ไม้พูดทุกอย่าง แต่ตอบเป็นภาษาคนไม่ได้เท่านั้น . . “แก. . .โกรธฉันไหม. . .” . . ลูกหมาพยักหน้า . . “ขอโทษนะ. . . ที่ฉันทำให้แกตาย” . . . ลูกหมาส่ายหัวปฏิเสธ ไม้นึกขำขันแม้เข้าใจว่าตนเองตายไปแล้วก็ตาม สิ่งเดียวที่เขายังติดค้างอยู่คือจากมาโดยไม่ได้ลาบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ความประสาโลกทำให้เขาเลือกที่จะสงบนิ่งมากกว่าร้องโวยวายเยี่ยงคนขาดสติ . . . ลูกหมาหันหลังให้ไม้ มันเหลียวหลังมองราวกับต้องการให้เจ้าตัวเดินตามมา ซึ่งไม้ก็มีปฏิภาณดีพอที่จะตีความออก ทั้งคู่เดินเข้าสู่ป่าลึกโดยมีหมาน้อยนำทาง . . เดินผ่านไปไม่นาน ส่วนลึกสุดของป่าแห่งนี้ก็เผยให้เห็น ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยไม้กางเขนปักพื้น ทำขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยใช้ไม้สองท่อนไขว้กัน บางทีอาจหมายถึงหลุมศพ. . .เจ้าลูกหมาวิ่งโร่ไปยืนหน้าไม้กางเขนท่อนหนึ่ง . . สัตว์ต่าง ๆ เดินมาจากทั่วสารทิศ พวกมันค่อย ๆ ปรากฏกายผ่านต้นไม้ใบหญ้า มีทั้งลูกหมา ลูกแมว หมาและแมวท่าทางอนาถา นกนานาชนิด สัตว์เลี้ยงจำพวกปลา เต่า ก็พยายามดิ้นบนบกเพื่อเดินทางมาให้ถึงกางเขน รวมถึงกระต่าย หนูแฮมสเตอร์ กระรอก กระแต แม้กระทั่งกิ้งก่าคามีเลี่ยนหรือแมงมุมทารันตูล่าก็ยังมีให้เห็น . . . ทุกตัวประจำจุด กางเขนหนึ่งต่อหนึ่งชีวิต พวกมันมองมายังไม้ โดยมีลูกหมาที่นำทางมาเป็นเจ้าของหลุมศพตรงกลางพอดี ไม้สามารถประมวลความคิดรวบยอดได้ว่าสัตว์พวกนี้มีลักษณะร่วมอยู่อย่างหนึ่ง คือเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่ก็สัตว์ที่พบได้ตามข้างทาง . . . “เฮ้. . . ใจเย็น. . . เท่าที่จำได้ ตอนเด็กฉันไม่เคยเลี้ยงสัตว์หรือฆ่าสัตว์เป็นภูเขาเลากาแบบนี้นะ” ไม้เอ่ยเสียงอ่อย . . . ลูกหมาตัวเดิมส่ายหัวเป็นตัวแทนตอบ . . “หมายความว่าไง?” ไม้ถามต่อ “มีใครบางคนฆ่าพวกแกงั้นหรือ” ลูกหมาพยักหน้า . . “เป็นคนคนเดียวกันใช่ไหม” ไม้ป้อนคำถามต่อ ลูกหมาพยักหน้าอีกครั้ง . . “หมายความว่า. . . แก. . .” ไม้วิ่งเข้าไปอุ้มลูกหมาตัวที่ตอบคำถามให้ขึ้นมาเพื่อเจาะจงว่าเขาต้องการถามเฉพาะมัน “. . .วันนั้นมีคนโยนแกลงบ่อน้ำใช่ไหม?” . . . ลูกหมาพยักหน้าด้วยแววตาหม่นเศร้า . . “ใครทำ! ตอบมาสิ!” . . ไม้รู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวเริ่มถูกกลืนกินด้วยแสงสว่างจ้า . . “ตอบมา! ตอบมา!” . . “ตอบเร็วสิ! เฮ้ย!!” . . เสียงของไม้โดนดูดกลืนหายไป ทุกอย่างขาวโพลนและกลับสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง . . . . . . “อ๊ออกกก!” เขากลับมาในสภาพสำลักน้ำดังเดิม การชดใช้เวรกรรมยังไม่จบสิ้นอย่างนั้นหรือ . . “ตายยากนะมึง!” จ่อยตัดสินใจจะใช้ปืนพกยิงจ่อหัวตัดปัญหา . . แต่แล้วก็มีเสียงดึงความสนใจทำให้เขาต้องชะงัก เสียงข้าวของจานชามแตกอย่างบ้าคลั่งราวกับเกิดพายุพัด มันดังมาจากชั้นล่าง . . “ควยเอ้ย ไรนักหนาวะ!” จ่อยใช้ปืนตบหัวไม้อีกรอบระบายความหงุดหงิด มันผลุนผลันออกจากห้องตรงไปยังห้องครัว บางทีเจ้าของบ้านอาจกลับมาพบลูกพี่ในครัวเข้าแล้วเกิดการต่อสู้ขึ้น . . “พี่เกรียง เป็นไรเปล่า!” จ่อยวิ่งดิ่งลงจากบันไดโดยไม่ทันสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวว่ามีอะไรผิดหูผิดตาบ้าง มันมุ่งดิ่งยังห้องครัวทันที . . “แย่แล้ว ๆ! เรื่องใหญ่แล้ว!” เกรียงร้องลั่น เข้าวิ่งเปิดตูจานชามออกมารื้อค้นแตกเกลื่อนกลาดราวกับคลั่งขาดสติ จ่อยถามน้ำเสียงตระหนก “เป็นไรพี่เกรียง!!?” . . “น้ำตาล !! น้ำตาล !! หาน้ำตาลไม่เจอ . . . อ้าว ไม่ต้อง ๆ เจอแล้ว ๆ !” เกรียงใช้ปากกัดถุงน้ำตาลหกเกลื่อนและเทใส่ถ้วยชาอย่างระมัดระวัง “เร็วเข้า ๆ ท่านผู้นั้นอยากได้ชาร้อน ๆ สักถ้วย!! รีบเอาไปเสิร์ฟก่อนท่านจะพิโรธ!!” พูดไม่เป็นภาษาคนจบเกรียงก็วิ่งแจ้นออกไปจากห้องครัว จ่อยบ้าจี้วิ่งตามออกไปเพราะความสับสนงงงวย . . . “ชาร้อนได้แล้วครับท่าน” เกรียงนั่งพับเพียบอย่างสงบเสงี่ยมและส่งถ้วยชาให้เต๋อซึ่งนั่งวางมาดบนโซฟา . . “อะไรเนี่ยพี่เกรียง!!?? เมารึเปล่า!!??” จ่อยถามยังไม่ได้ใจความดีก็หันไปถามอีกคน “แล้วมึงเป็นใคร เข้ามาเมื่อไหร่!?” . . “สักพักแล้วล่ะ เห็นคุณวิ่งลนลานลงบันไดมา อยากเรียกให้มาช่วยนวดไหล่อีกคนแต่เรียกไม่ทัน” . . . “อย่าตลก! หันหลังเอามือพิงกำแพง” จ่อยเล็งปืนไปยังเต๋อ แต่เจ้าตัวไม่แยแสต่อคำขู่ และใช้ช้อนคนถ้วยชาเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง “คนที่คุณจับไว้ติดค้างหนี้กับผมอยู่ ยังไม่ได้เคลียร์กัน เพราะฉะนั้นคงยังให้ตายไม่ได้หรอกนะ” . . . “ปล่อยคนที่คุณจับไว้ลงมาเถอะ” . . . “มึงเป็นพ่อกูเหรอมาสั่งโน่นนี่!” จ่อยเหลืออดกับสภาพบ้า ๆ บอ ๆ นี่เต็มทน มันประเดประดังเข้ามาพร้อมกันจนเขาแทบสติแตก เขาตัดสินใจลั่นไกสังหารเต๋อทันที แต่. . . . . . นิ้วที่เหนี่ยวไกปืนค้างนิ่งอยู่กับที่ . . และมือข้างที่จับปืนหันเข้าหาตัว จ่อยควบคุมมือตัวเองไม่ได้ ป้อนกระบอกปืนเข้าปาก รสชาติของเหล็กขมจนรู้สึกได้ ความกลัวตายเข้าประชิดตัวจนเหงื่อแตกพลั่ก . . เต๋อยกชาขึ้นจิบพร้อมยกหนังสือพิมพ์กรอบบ่ายขึ้นอ่านลวก ๆ . . . “ผมไม่ใช่พ่อคุณก็จริง. . .” . . . “แต่เป็นได้ยิ่งกว่าโคตรพ่อคุณอีกนะ. . .” . .
( E8 x: |1 C+ [- e) E9 }+ p1 {# u% _: R! J0 G
|