หลังจากที่บังเอิญเจอไอ้เด็กฝ้ายวันนั้น มันก็ทักเฟซบุ๊กมาหาผม มาชวนเล่นเกมด้วยกัน ผมกับมันเล่นด้วยกันสองคนก็คอลเกมคุยกันไปด้วย แล้วมันก็ชอบทำตัวเป็นผู้เล่น toxic ชอบพิมพ์ข่มทีมตรงข้าม บางทีก็ไปพิมพ์กวนตีนเขา เวลามันโดนเพื่อนร่วมทีมด่ามันก็เปิดไมค์ด่าสวนกลับทันที ซึ่งผมเองก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยคนอื่นด่ามันด้วย แล้วมันก็ไม่กล้าด่าผม 55555 พอเล่นเสร็จมันก็ทักมาคุยอวดว่าตัวเองเล่นเก่งอย่างงั้นอย่างงี้ ที่แพ้เป็นเพราะคนนั้นคนนี้ แล้วก็ไหลไปคุยเรื่องต่าง ๆ ออกแนวคุยเล่นไร้สาระทั่วไป แล้วมันพูดประมาณว่าเล่นกันคืนนี้สนุกดี พรุ่งนี้เล่นกันอีก ออกเป็นแนวคำสั่งมากกว่าคำชวน แล้วก็ย้ำเรื่องงานกีฬาสีอีกครั้ง แรก ๆ มันก็มีความรู้สึกแปลก ๆ ดีที่จู่ ๆ ก็มีเด็กผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาชวนเล่นเกมและพูดคุยหยอกล้อกันแบบนี้ แต่พอ 4-5 วันผ่านไป เราเล่นด้วยกันแบบนี้มาตลอด มันก็เริ่มชินแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขดี มีคนให้พูดคุยด้วยก่อนนอนในแต่ละคืน แต่เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่รู้จักกันมามันก็ทำนิสัยชายแท้อย่างชัดเจนมาโดยตลอด มุกลามกที่เกี่ยวกับผู้หญิง จนกระทั่งประสบการณ์ที่มันเคยได้กับสาวคนไหนมาบ้าง ทำอะไรแบบไหนบ้าง ที่จู่ ๆ มันก็มาเล่าให้ผมฟัง มันถามผมว่าปกติสงกรานต์ไปเล่นที่ไหน แล้วปีนี้มันก็ชวนผมไปเล่นที่คลองแถวบ้านมัน คนเยอะมาก มันเล่าว่าปีที่แล้วสนุกมาก มันเจอสาวคนนึงเข้ามาทักมัน แล้วมันก็คุยกับเขา ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมันก็กำลังคบกับอีกคนอยู่ แล้วมันก็ไปเปิดห้องรีสอร์ทแล้วก็เอากันทั้งคืน เปลี่ยนท่านั้นท่านี้ มันพูดขนาดนี้เลยนะ ผมยังงงเลยมันจะมาบอกให้ผมฟังทำไม มันบอกว่าสุดมากตอนนั้น ตื่นขึ้นมายังเอากันอีกรอบสองรอบ แล้วสักพักมันก็พูดขึ้นว่า “พี่รู้มั้ย? จริง ๆ ผมจะมีลูกแล้วนะ” ผมก็เซอร์ไพร้ซ์ ร้องห๊ะ! ขึ้น แล้วมันก็บอกว่า “แต่ผมยังเรียนอยู่เลย ที่บ้านก็ใช่ว่าจะมีตังค์อะไรเท่าไหร่ เลยให้เขาไปทำแท้ง” มันพูดให้ตัวเองดูดีมาก ก่อนหน้านี้มันยังบอกผมอยู่เลยว่าเป้าหมายในชีวิตมันคือจะเอากับผู้หญิงให้ครบร้อยคน ถึงจะพูดติดตลกยังไงก็เถอะ ดูสภาพแล้วมันไม่ได้อยากเลิกลั้นลาแล้วหยุดชีวิตไว้กับคนคนเดียว ผมเลยถามว่าแล้วได้ใส่ถุงยางมั้ย มันบอกว่าไม่ ปกติก็จะให้ผู้หญิงกินยาคุมตลอด แล้วมันยังมีหน้ามาภูมิอกภูมิใจอีก มันบอกว่า “ปกติก็ไม่มีปัญหาอะไร ครั้งนี้เขาก็กินยาเหมือนกัน แต่ยังหลุดท้องเฉย สงสัยเชื้อมันแรง” ผมก็เลยคิดในใจว่าไอ้เด็กเหี้ยนี่แม่งชั่วบริสุทธิ์จริง ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าเกิดแปรปรวนอะไร ผ่านไปอีกสักพักน้ำเสียงมันก็เปลี่ยนแล้วถามขึ้น “พี่คิดว่าทำแท้งนี่บาปมั้ย?” จังหวะนี้ผมก็เลยได้คิดว่า เออ มันก็ยังมีสำนึกอยู่บ้างเนาะ ไม่ใช่ว่าจะชั่วไปจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วน้ำเสียงมันก็ฟังดูกังวล ฟังดูคิดมากจริง ๆ ถึงเอาเข้าจริงผมจะรู้สึกสงสารฝ่ายหญิงมากกว่า เพราะเป็นฝ่ายรับผลกระทบฝ่ายเดียว ฝ่ายชายนี่ไม่ต้องเอาไปเทียบกับเขาเลย แต่ด้วยความที่มันก็ฝ่ายที่ผมรู้จัก มันเป็นคนที่เข้ามาเป็นน้องชายผม แล้วผมก็ดีใจและอยากจะสนิทกับมัน ผมเลยพยามพูดเพื่อให้มันรู้สึกดีขึ้น ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะต้องพูดยังไง ด้วยผมก็ไม่ใช่คนที่เชื่อศาสนาในทุก ๆ เรื่องอยู่แล้ว หลาย ๆ อย่างในศาสนาน่ะดี แต่บางอย่างก็มีปัญหาในด้านความสมเหตุสมผล ผมเลยบอกมันด้วยน้ำเสียงที่พยามปลอบไม่ให้มันคิดมากว่า มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเชื่อเรื่องบาปบุญมากแค่ไหน แน่นอนว่าศาสนาก็ต้องบอกว่ามันบาปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน แถมมันก็ยังผิดกฎหมายด้วย แต่มันก็มีทุกวันนี้ที่เขาออกมารณรงค์เรื่องการทำแท้งเสรี ให้การทำแท้งถูกกฎหมาย ฝั่งนี้เขาก็จะมองเห็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับร่างกายและการตัดสินใจของผู้หญิงมากกว่า ผมก็เล่าว่าผมเคยดูซีรี่ส์เรื่องนึง นางเอกก็ท้องในวัยเรียนแล้วก็ไปทำแท้ง มันเป็นซีรี่ส์อังกฤษ ซึ่งนางเอกก็ไปทำแท้งที่โรงพยาบาลแบบเปิดเผย ไม่ได้หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปแบบหนังไทย ที่นางเอกไปน่าจะเป็นสวัสดิการของโรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ แล้วมันก็มีฉากที่พวกเคร่งศาสนามาประท้วงว่ามันเป็นบาป ผมก็เล่าไปให้มันได้เลือกคิดเอา เพราะมันก็จะเป็นไปทางเชื่อใช่ในเรื่องบาปบุญอยู่ แต่ผมก็จะไม่ยัดเยียดหรือบังคับให้มันมาเชื่อในแบบผม เพราะผมอยากให้มันรู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับผม
แล้วผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่า มันเป็นช่วงเวลาที่ผมลืมคิดถึงเต้อร์ไปในขณะนึง การที่ไอ้เด็กฝ้ายมันมาพูดคุยเรื่องลามกและการถามนั่นถามนี่ปรึกษากับผมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มันทำให้ความคิดอยากจะได้ไอ้เด็กนี่มากกว่าแค่น้องชายก่อตัวขึ้นในใจ
|