มื่อเอ่ยชื่อ"ปากีสถาน"หลายคนอาจคิดว่าที่นี่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็น"เกย์" แต่ก็มีบางคนที่มองว่าที่นี่เป็นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเป็นเกย์ กระทั่งมีการขนานนามนครการาจี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศว่าเป็น"สวรรค์ชาวเกย์"
หลายคนอาจไม่คิดว่าเกิดพฤติกรรมหลายอย่างในประเทศมุสลิมอย่างปากีสถาน ทั้งการจัดงานสังสรรค์ชาวเกย์ การมีเซ็กซ์ในที่สาธารณะ และการจัดการแต่งงาน ดันยาล นักธุรกิจชาวการาจี วัย 50 ปีเศษ ซึ่งเป็นผู้จัดงานปาร์ตี้เกย์เปิดเผยว่า เมื่อ 12 ปี ก่อน การเปิดเผยตัวตนเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ และเมื่อเขาพิมพ์ค้นหาคำว่าเกย์ในอินเตอร์เน็ต พบว่ามีผู้ที่ยอมเปิดเผยตัวเพียง 12 คนเท่านั้น ขณะที่ในสมัยนี้ มีแอพในสมาร์ทโฟนที่สามารถระบุได้ว่า มีเกย์อีกคนอยู่ใกล้ๆเราหรือไม่ ขณะที่เกย์ในปากีสถานนับหมื่นๆคนกำลังออนไลน์ เขากล่าวว่าปาร์ตี์เกย์มีขนาดใหญ่ขึ้นทุกวัน แม้ผู้เข้าร่วมจะต้องได้รับคำเชิญก็ตาม ทำให้เขาแทบไม่ค่อยมีเวลามากนัก ที่นั่นจะเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ต้องการมีเซ็กซ์ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความสัมพันธ์แบบจริงจัง เขากล่าวว่าอาจจะเป็นเรื่องยาก นายกาซิม อิกบัล นักวิจัย กล่าวว่า ด้วยความที่ปากีสถานยังคงเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ดังนั้น ผู้ชายทุกคนจึงได้รับการคาดหวังว่าจะต้องแต่งงานกับเพศตรงข้าม อันก่อให้เกิดวัฒนธรรมความไม่ซื่อสัตย์ และการใช้ชีวิตชีวิตแบบสองด้าน บุคคลเหล่านั้นจะกระทำทุกวิถีทางเพื่อไม่สานต่อความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพศเดียวกัน เนื่องจากรู้ดีว่าวันหนึ่งเขาจะต้องแต่งงานกับผู้หญิง และปฏิบัติกับพวกเธออย่างดี แม้ในภายหลังจะแอบไปมีอะไรๆกับชายคนอื่นก็ตาม การลักลอบมีเพศสัมพันธ์ในที่สาธารณะปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ ซึ่งรวมถึงศาสนสถานอับดุลเลาะห์ ชาห์-กาซี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีผู้เดินทางมาขอพรจากพระเจ้าจำนวนมาก ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีการ"หาเหยื่อ"ที่ใหญ่ที่สุด โดยทุกๆค่ำวันพฤหัสบดี ผู้ชายจากทั่วเมืองจะมารวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเขาจะเริ่มล้อมวงเป็นวงกลมเป็นชั้นๆ สำหรับคนนอก อาจมองว่านี่เป็นการรวมตัวเพื่อทำพิธีลึกลับอะไรสักอย่าง แต่สำหรับผู้ร่วมพิธีทราบดีว่านี่เป็นการวมตัวของกลุ่มคนรักร่วมเพศ และไม่พบว่าเคยถูกหน่วยงานด้านศาสนาเข้ามาขัดขวางการกระทำของพวกเขาแต่อย่างใด คนปากีสถานส่วนใหญ่ยังมองว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นบาป ขณะที่ครูสอนศาสนาตีความคำทำนายในคัมภีร์อัลกุรอานว่าพระเจ้าทรงประณามชายที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่บางคนชี้แนะให้มีการลงโทษชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ส่วนผู้ที่ต้องการซื้อบริการดังกล่าว ซึ่งมีให้บริการในย่านใจกลางเมือง ก็สามารถซื้อบริการได้อย่างง่ายดายจาก "มัลชี วาเลาะห์" หรือหมอนวด ซึ่งนอกจากจะนวดแล้ว ยังมีบริการเสริมที่รู้กันในหมู่ผู้ใช้บริการ ซึ่งมีค่าบริการประมาณ 250 หรือ 390 บาท "อาเหม็ด"หมอนวดรายหนึ่งกล่าวว่า ลูกค้าของเขามีทั้งตำรวจ ทหาร และกระทั่งรัฐมนตรี เขาอ้างว่า ตลอดการทำงานที่ผ่านมา เขาได้หลับนอนกับลูกค้าแล้วกว่า 3,000 คน แม้ว่าจะมีภรรยา 2 คน และลูกๆอีก 8 คน ก็ตาม โดย"สุเมรา"หนึ่งในภรรยาของเขา ไม่ได้ต่อต้านอาชีพของเขาแต่อย่างใด แต่ปรารถนาให้ทุกคนเปิดใจให้กว้าง เธอกล่าวว่า เธอรู้ว่าสามีมีเซ็กซ์กับผู้ชาย แต่ไม่มีปัญหา เพราะหากไม่ทำงาน ครอบครัวก็ไม่มีกิน กาซิม อิกบัลกล่าวว่า ชายชาวปากีสถานบ่อยครั้งที่มีประสบการณ์ทางเพศกับเพื่อนหรือลูกพี่ลูกน้อง แต่คนในครอบครัวที่ทราบเรื่องนี้ก็ไม่สนใจ เพราะมองว่าเด็กผู้ชายอย่างไรก็ต้องโตขึ้นเป็นผู้ชาย และตราบเท่าที่ไม่มีใครรู้สึกว่าธรรมเนียมหรือศาสนากำลังถูกท้าทาย และท้ายสุดทุกคนก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิง และเรื่องที่ผ่านมาก็จะไม่มีการพูดถึงอีก ตามกฎหมายแล้ว พฤติกรรมรักร่วมเพศถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อังกฤษได้นำกฎหมายการลงโทษผู้ที่มีพฤติกรรมผิดธรรมชาติมาใช้ในสมัยที่ปากีสถานยังคงตกเป็นอาณานิคม ส่วนกฎหมายอิสลามก็กำหนดบทลงโทษต่อผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติแล้ว แทบไม่มีการลงโทษให้เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก และเรื่องดังกล่าวมักได้รับการจัดการเฉพาะในระดับครอบครัวเท่านั้น กาซิมยกตัวอย่างกรณีหนึ่ง ซึ่งมีผู้พบเด็กชายสองคนกำลังมีเซ็กซ์กันในทุ่งแห่งหนึ่ง ครอบครัวพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมิให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่เมื่อตำรวจไม่เล่นด้วย ครอบครัวได้ร้องขอให้ตำรวจเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางอย่าง ที่ระบุให้ลูกชายของตนอยู่ในฐานะ"ผู้กระทำ" มิใช่ฐานะ"ผู้ถูกกระทำ" ซึ่งน่าอับอายยิ่งกว่า แม้คดีส่วนใหญ่จะไม่มีการดำเนินคดี แต่หลังจากนั้น เด็กชายก็จะถูกบังคับแต่งงานกับผู้หญิงในที่สุด
อย่างไก็ตาม ในบางกรณีก็พบว่าพ่อแม่สามารถยอมรับพฤติกรรมดังกล่าวได้ อย่างเช่นกรณีของอัคบาร์และอาลี ซึ่งอัคบาร์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะบ้านของอาลี มีย่าเป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนั้นเข้าจึงใช้วิธีต่างๆเพื่อเอาชนะใจเธอ ทั้งการพูดคุยและค่อยๆเกลี้ยกล่อมให้เธอเห็นว่าเขาเป็นคนดี และเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง มิใช่การเปิดตัวแบบทั่วไป ครั้งหนึ่งเธอมอบผ้าปักด้วยมือ ที่เธอเป็นผู้ลงมือทำตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น และกล่าวว่าที่เธอมอบผ้าผืนนี้ให้แก่เขาก็เพราะเธอรู้ว่าเขาสามารถดูแลสิ่งต่างๆได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการแสดงการยอมรับตัวตนของเขา ปัจจุบันทั้งสองคนสร้างบ้านอยู่ด้วยกันโดยได้รับการสนับนุนจากครอบครัว และอัคบาร์เองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ของอาลี ซึ่งมักมาค้างที่บ้านบ่อยๆ และนั่งดูละครด้วยกัน หลังจากนั้นเธอก็จะไปนอนที่ห้องของเธอ ส่วนเขากับอาลีก็จะไปนอนในห้องเดียวกัน แม้กลุ่มเกย์ดูเหมือนจะไม่ประสบปัญหากับการใช้ชีวิตในสังคมมากนัก แต่สำหรับกลุ่มเลสเบียนแล้ว ดูเหมือนเป็นเรื่องยากกว่า เนื่องจากการแสดงออกซึ่งความลึกซึ้งต่อกันในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้โดยสิ้นเชิง ที่เมืองลาฮอร์ คู่เลสเบียนอย่างบีนา และฟาติมา ได้หาหนทางเพื่อให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปด้วยความราบรื่น บีนากล่าวว่า เธอมองอนาคตในแง่บวก และเธอคิดว่าจะได้จัดงานแต่งงานสักวันหนึ่งในอนาคต เธอรู้จักเพื่อนเกย์อยู่บ้างและคิดว่าอาจรวมเงินกันเพื่อเช่าบ้าน โดยเธอก็จะมีพื้นที่ของเธอและพวกเขาก็จะมีพื้นที่ของเขา ด้านฟาติมา ซึ่งรับผิดชอบเว็บไซต์สนับสนุนกิจกรรมเกย์ออนไลน์ เชื่อว่าสักวันหนึ่งปากีสถานจะมีการเปิดให้มีการถกเถียงเรื่องสิทธิเกย์กันอย่างเปิดเผย และผู้คนก็จะสามารถเปิดเผยตัวตนด้วยความภาคภูมิใจ บีนาแสดงความเห็นว่า สิทธิคนรักร่วมเพศในอเมริกามีขึ้นหลังจากผู้หญิงได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน และสิ่งนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นในปากีสถาน เนื่องจากแม้แต่การแสดงความเห็นต่าง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต แม้พ่อของเธอจะเป็นผู้ชายที่ดี แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมรับเรื่องนี้ได้มากแค่ไหน สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้คือการซื่อสัตย์ต่อตนเอง สำหรับเธออาจเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวที่เปิดเผยตัวและออกมารณรงค์เพื่อสิทธิเกย์ และดูเห็นแก่ตัวสำหรับผู้หญิงในครอบครัวของเธอที่พยายามต่อสู้เพื่อให้ได้รับการศึกษา และได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก หรือไม่ยอมแต่งงานเลย
แปลและเรียบเรียงจาก "Gay Pakistan: Where sex is available and relationships are difficult"
โดย Mobeen Azhar
BBC World Service, Karachi
|